คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1645/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม เป็นโมฆะตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์มีเจตนาจะขายที่พิพาทให้แก่จำเลยเพียงครึ่งหนึ่งแต่ลงลายมือชื่อทำนิติกรรมขายที่พิพาททั้งแปลงให้แก่จำเลย การทำนิติกรรมดังกล่าวเกิดจากความสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสารสำคัญแห่งนิติกรรม สัญญาซื้อขายที่พิพาทจึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 119 โจทก์มีสิทธิยกขึ้นกล่าวอ้างได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ตกลงขายที่พิพาทครึ่งหนึ่งให้จำเลย แต่เมื่อไปทำสัญญาที่สำนักงานที่ดิน จำเลยฝ่ายเดียวเป็นผู้ติดต่อกับพนักงานเจ้าหน้าที่ และได้นำเอกสารมาให้โจทก์ลงชื่อ โจทก์เชื่อใจว่าจำเลยคงจะจัดการทำสัญญาซื้อขายตามที่ได้ตกลงกันไว้ ต่อมาปรากฏว่าสัญญาซื้อขายดังกล่าวเป็นการซื้อขายทั้งแปลง การกระทำของจำเลยเป็นการหลอกลวงโจทก์ให้สำคัญผิดในสารสำคัญของสัญญา ขอให้พิพากษาว่าสัญญาเป็นโมฆะ
จำเลยให้การว่า จำเลยตกลงซื้อที่พิพาทจากโจทก์ทั้งแปลง นิติกรรมการซื้อขายมีผลสมบูรณ์ ไม่เป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า สัญญาซื้อขายที่พิพาทเป็นโมฆะ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์มีเจตนาจะขายที่พิพาทให้แก่จำเลยเพียงครึ่งหนึ่ง แต่การที่โจทก์ลงลายมือชื่อทำนิติกรรมขายที่พิพาททั้งแปลงให้จำเลยเพราะเกิดความสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสารสำคัญแห่งนิติกรรม สัญญาซื้อขายที่พิพาทจึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 119 โจทก์ย่อมมีสิทธิยกขึ้นกล่าวอ้างได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1645/2524
นายแนบ นวลสวาสดิ์ กับพวก โจทก์
นางฉอ้อน คณะใน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายแนบ นวลสวาสดิ์ กับพวก · จำเลย - นางฉอ้อน คณะใน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พินิจ สังขนันท์ · ทวี กสิยพงศ์ · ธาดา วัชรานันท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา