⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3360-3410/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3360-3410/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายที่ดินโดยการขายทอดตลาดโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้ซื้อมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของทรัพย์สินก่อนเข้าประมูล หากผู้ซื้อสำคัญผิดในสาระสำคัญอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของตนเอง จะไม่สามารถอ้างเหตุดังกล่าวเพื่อขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดได้

ย่อคำพิพากษา

แม้ประกาศขายทอดตลาดที่ดินแปลงพิพาทของเจ้าพนักงานบังคับคดีจะระบุว่า ที่ดินพิพาทมีอาณาเขตทิศเหนือยาวประมาณ 14.5 วา จดที่ดิน อ. ซึ่งน่าจะหมายถึงผู้ร้อง และก่อนที่จะมีการขายทอดตลาดผู้แทนโจทก์จะได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีและผู้ร้องไปชี้ที่ดินพิพาทก็ตาม แต่การขายที่ดินพิพาทเป็นการขายทอดตลาดโดยเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งแตกต่างจากการซื้อขายที่ดินตามปกติทั่ว ๆ ไป เนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายทอดตลาดที่ดินพิพาทโดยระบุรายละเอียดหมายเลข น.ส.3 ก. เลขที่ดิน และที่ตั้งของที่ดินพิพาทไว้อย่างชัดแจ้ง อีกทั้งเป็นการประกาศอย่างเปิดเผยต่อประชาชนทั่ว ๆ ไป ผู้ร้องหรือบุคคลอื่น ๆ ที่ประสงค์จะเข้าประมูลซื้อที่ดินพิพาทย่อมมีโอกาสตรวจสอบความถูกต้องของที่ดินพิพาทก่อนที่จะเข้าประมูลสู้ราคาได้ การที่ผู้ร้องอ้างว่า สำคัญผิดว่าที่ดินพิพาทอยู่ติดกับที่ดินของผู้ร้องนั้น ก็ได้ความว่าผู้ร้องเพียงแต่อาศัยข้อมูลที่ตั้งของที่ดินพิพาทจากการนำชี้ของผู้แทนโจทก์โดยมิได้ทำการตรวจสอบความถูกต้องที่ตั้งของที่ดินพิพาทก่อนที่จะเข้าประมูลสู้ราคา ทั้ง ๆ ที่สามารถจะกระทำได้ จึงเป็นความบกพร่องของผู้ร้องเองและถือได้ว่าเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ผู้ร้องจึงไม่อาจอ้างความสำคัญผิดในที่ตั้งของที่ดินแปลงพิพาทมาเป็นประโยชน์แก่ตนได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 158 และเมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดที่ดินแปลงพิพาทโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. และระเบียบของกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ.2522 จึงไม่มีเหตุที่จะต้องเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินแปลงพิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.156 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.158 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งห้าสิบเอ็ดสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาและพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 51 คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ทั้งห้าสิบเอ็ด ตามบัญชีท้ายคำพิพากษาพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี และ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินทั้งสองจำนวนตามลำดับ นับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2542 จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว จำเลยทั้งห้าไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาโจทก์ทั้งห้าสิบเอ็ดจึงบังคับคดีโดยนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ต่าง ๆ ของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2542 ผู้ร้องได้เข้าสู้ราคาและเป็นผู้ประมูลซื้อที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 743 เลขที่ดิน 171 ซึ่งเป็นที่ดินของจำเลยที่ 1 ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีนำออกขายทอดตลาดได้ในราคา 330,000 บาท ผู้ร้องชำระราคาที่ดินครบถ้วนแล้ว ต่อมาวันที่ 2 พฤศจิกายน 2542 ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลางขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวอ้างว่าผู้ร้องสำคัญผิดโดยเข้าใจว่าเป็นที่ดินแปลงที่อยู่ติดกับที่ดินของผู้ร้อง แต่ความจริงแล้วที่ดินตาม น.ส.3 ก.เลขที่ 743 ดังกล่าวมิได้อยู่ติดกับที่ดินของผู้ร้อง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งห้าสิบเอ็ดสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า แม้ประกาศขายทอดตลาดที่ดินแปลงพิพาทของสำนักงานบังคับคดีจังหวัดสงขลาจะระบุว่า ที่ดินพิพาทมีอาณาเขตทิศเหนือยาวประมาณ 14.5 วา จดที่ดินนายอากรกิจ ซึ่งน่าจะหมายถึงผู้ร้อง และก่อนที่จะมีการขายทอดตลาดผู้แทนโจทก์จะได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีและผู้ร้องไปชี้ที่ดินพิพาทก็ตาม แต่การขายที่ดินพิพาทเป็นการขายทอดตลาดโดยเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งแตกต่างจากการซื้อขายที่ดินตามปกติทั่ว ๆ ไป เนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายทอดตลาดที่ดินพิพาทโดยระบุรายละเอียดหมายเลข น.ส.3 ก.เลขที่ดิน และที่ตั้งของที่ดินพิพาทไว้อย่างชัดแจ้ง อีกทั้งเป็นการประกาศอย่างเปิดเผยต่อประชาชนทั่ว ๆ ไป ผู้ร้องหรือบุคคลอื่น ๆ ที่ประสงค์จะเข้าประมูลซื้อที่ดินพิพาทย่อมมีโอกาสตรวจสอบความถูกต้องของที่ดินพิพาทก่อนที่จะเข้าประมูลสู้ราคาได้ การที่ผู้ร้องอ้างว่าสำคัญผิดว่าที่ดินพิพาทอยู่ติดกับที่ดินของผู้ร้องนั้นก็ได้ความว่าผู้ร้องเพียงแต่อาศัยข้อมูลที่ตั้งของที่ดินพิพาทจากการนำชี้ของผู้แทนโจทก์โดยมิได้ทำการตรวจสอบความถูกต้องที่ตั้งของที่ดินพิพาทก่อนที่จะเข้าประมูลสู้ราคา ทั้ง ๆ ที่สามารถจะกระทำได้ จึงเป็นความบกพร่องของผู้ร้องเองและถือได้ว่าเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ผู้ร้องจึงไม่อาจอ้างความสำคัญผิดในที่ตั้งของที่ดินแปลงพิพาทมาเป็นประโยชน์แก่ตนได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 158 และเมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดที่ดินแปลงพิพาทโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และระเบียบของกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ.2522 แต่อย่างใด จึงไม่มีเหตุที่จะต้องเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินแปลงพิพาท คำสั่งของศาลแรงงานกลางชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3360 - 3410/2543 นายก้าน คงเค็จ โจทก์ นายอากร นุกูลกิจ ผู้ร้อง บริษัทมีจู พิชเชอรี่ กรุงเทพ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายก้าน คงเค็จ · ผู้ร้อง - นายอากร นุกูลกิจ · จำเลย - บริษัทมีจู พิชเชอรี่ กรุงเทพ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปัญญา สุทธิบดี · สละ เทศรำพรรณ · พูลศักดิ์ จงกลนี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง (สงขลา) - นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2909/2524ฎีกา 2893/2540ฎีกา 3116/2529ฎีกา 8454/2544ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 594/2534ฎีกา 2573/2552ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 6968/2537ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 8875/2542ฎีกา 7466/2538ฎีกา 5086/2537ฎีกา 3026/2517ฎีกา 2572/2541ฎีกา 780/2535ฎีกา 2422/2545ฎีกา 2093/2532ฎีกา 5712/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา