⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1946/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1946/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบถึงมูลหนี้ว่าเป็นมาอย่างไร เพื่อแสดงว่าความจริงจำเลยไม่ได้กู้เงินและรับเงินตามสัญญากู้ไปจากโจทก์นั้น รวมอยู่ในประเด็นที่ศาลกำหนดว่าจำเลยกู้เงินโจทก์หรือไม่ จึงไม่เป็นการนำสืบนอกประเด็น

ย่อคำพิพากษา

ก่อนเริ่มสืบพยาน ศาลชั้นต้นได้ให้จำเลยตรวจดูสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 แล้ว จำเลยแถลงว่าจำเลยเป็นผู้เขียนสัญญาและลงชื่อเป็นผู้กู้จริงแต่หนี้ตามสัญญาเป็นค่าดอกเบี้ยเงินกู้จำนวนหนึ่งที่จำเลยกู้เงินโจทก์ และโจทก์คิดดอกเบี้ยร้อยละสามต่อเดือน จำเลยไม่มีเงินชำระจึงทำสัญญากู้ให้ไว้ การที่จำเลยนำสืบถึงมูลหนี้ว่าเป็นมาอย่างไรนั้น ก็เพื่อแสดงว่าความจริงจำเลยไม่ได้กู้เงินและรับเงินตามสัญญากู้ไปจากโจทก์ จึงรวมอยู่ในประเด็นที่ศาลชั้นต้นกำหนดว่า จำเลยกู้เงินโจทก์หรือไม่นั่นเอง จึงไม่เป็นการนำสืบนอกประเด็น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินต้น 25,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "มีปัญหาข้อแรกจำเลยฎีกาว่า การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่จำเลยนำสืบว่ามูลหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมายจ.1 เกิดจากการเอาดอกเบี้ยเกินอัตราตามกฎหมายของเงินกู้รายอื่นมาลงเป็นต้นเงินกู้รายนี้เป็นการนำสืบนอกประเด็นรับฟังไม่ได้นั้นยังไม่ชอบ เพราะเป็นการนำสืบในประเด็นข้อ 1 ตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วปรากฏว่าในวันชี้สองสถานศาลชั้นต้นได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ว่า (1) จำเลยกู้เงินและทำสัญญากู้ท้ายฟ้องโจทก์หรือไม่ (2) ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ และก่อนเริ่มสืบพยาน ศาลชั้นต้นได้ให้จำเลยตรวจดูสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 แล้ว จำเลยแถลงว่า จำเลยเป็นผู้เขียนสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 แล้ว จำเลยแถลงว่า จำเลยเป็นผู้เขียนสัญญาและลงชื่อเป็นผู้กู้จริง แต่หนี้ตามสัญญาเป็นค่าดอกเบี้ยเงินกู้จำนวนหนึ่งที่จำเลยกู้เงินโจทก์จริง และโจทก์คิดดอกเบี้ยร้อยละสามต่อเดือน จำเลยไม่มีเงินชำระจึงทำสัญญาหมาย จ.1 ไว้ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่จำเลยนำสืบถึงมูลหนี้ตามเอกสารหมาย จ.3 ว่าเป็นมาอย่างไรนั้น ก็เพื่อแสดงว่าความจริงจำเลยไม่ได้กู้เงินและรับเงินตามเอกสารหมาย จ.1 ไปจากโจทก์ จึงรวมอยู่ในประเด็นข้อ 1 ที่ว่า "จำเลยกู้เงินโจทก์หรือไม่" นั่นเองซึ่งจำเลยได้ให้การต่อสู้ไว้ และศาลชั้นต้นก็ยอมให้จำเลยสืบได้ทั้งได้วินิจฉัยให้แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นการนำสืบนอกประเด็นไม่วินิจฉัยให้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย และเห็นสมควรวินิจฉัยข้อเท็จจริงในปัญหาดังกล่าวไปทีเดียว ไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่อีก" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1946/2524 นายทอง อยู่สุข โจทก์ ร้อยตำรวจโทสำเนียง ศิริเลิศ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทอง อยู่สุข · จำเลย - ร้อยตำรวจโทสำเนียง ศิริเลิศ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ สังขนันท์ · ทวี กสิยพงศ์ · ธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 42/2498ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 647/2521ฎีกา 369/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 370/2506ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 5438/2537ฎีกา 85/2540ฎีกา 8543/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา