⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 245/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องคดีอาญาต้องบรรยายให้ชัดเจนถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดตามกฎหมาย และที่สำคัญต้องระบุข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับลักษณะแห่งการกระทำความผิดและผู้กระทำผิดให้ชัดแจ้งเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้จำเลยเข้าใจข้อหาและต่อสู้คดีได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาความผิดฐานรีดเอาทรัพย์และฉ้อโกง โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกรวม 4 คนได้ข่มขืนใจโจทก์ให้ยอมให้หรือยอมจะให้ ธนาคารกสิกรไทยจำกัด สาขาน่าน ได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยขู่ว่าจะเปิดเผยความลับซึ่งการเปิดเผยนั้นจะทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและหลอกลวงโจทก์ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความซึ่งควรบอกให้แจ้งโดยการขู่และหลอกลวงดังกล่าวทำให้โจทก์จำต้องทำเอกสารสิทธิคือหนังสือรับสภาพหนี้ 1 ฉบับ รับว่าจะชำระเงินให้ธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาน่าน จำนวน 80,000 บาท ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ดังนี้ ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ดังกล่าว ความลับซึ่งการเปิดเผยจะทำให้โจทก์เสียหายนั้นเป็นความลับเรื่องใดหาปรากฏไม่ และที่กล่าวหาว่าจำเลยฉ้อโกง หลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งนั้น ข้อความใดเป็นความเท็จและความจริงเป็นอย่างไรก็มิได้ปรากฏในคำบรรยายฟ้อง ฟ้องของโจทก์จึงเคลือบคลุมไม่บรรยายมาพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี เป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) การอุทธรณ์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องนั้นต้องอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.170 ประมวลกฎหมายอาญา ม.338 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันคือก. เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2523 เวลากลางวันจำเลยกับพวกรวม 4 คนได้ข่มขืนใจโจทก์ให้ยอมให้ หรือยอมจะให้ธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาน่านได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินโดยขู่ว่าจะเปิดเผยความลับ ซึ่งเกิดเปิดเผยนั้นจะทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และหลอกลวงโจทก์ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความซึ่งควรบอกให้แจ้ง โดยการขู่และหลอกลวงดังกล่าวทำให้โจทก์จำต้องทำเอกสารสิทธิคือหนังสือรับสภาพหนี้ 1 ฉบับ รับว่าจะชำระเงินให้ธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาน่านจำนวน 80,000 บาท ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ข. เมื่อวันที่ 1 เมษายน2523 เวลากลางวัน จำเลยได้แจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าโจทก์ทำการฉ้อโกงธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาน่าน จำนวน 80,000 บาท ด้วยการปลอมแปลงการ์ดบัญชีออมทรัพย์ และสมุดคู่ฝากบัญชีออมทรัพย์ปรากฏตามบันทึกรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีลงวันที่ 1 เมษายน 2523 ท้ายฟ้อง ซึ่งเป็นความเท็จทั้งสิ้น เพราะโจทก์มิได้กระทำผิดหรือร่วมกับผู้ใดกระทำผิดดังอ้าง การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172, 338 และมาตรา 341 ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วฟังว่า จำเลยมิได้ขู่โจทก์ฟ้องโจทก์ฐานรีดเอาทรัพย์และฉ้อโกงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบ ความที่จำเลยแจ้งไม่เป็นเท็จฟ้องโจทก์ไม่มีความผิดทางอาญา พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาประการแรกว่าฟ้องของโจทก์ในข้อหาความผิดฐานรีดเอาทรัพย์และฉ้อโกงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) หรือไม่ ตามฟ้องของโจทก์ที่กล่าวหาว่าจำเลยรีดเอาทรัพย์โดยขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับซึ่งการเปิดเผยจะทำให้โจทก์เสียหายนั้น เห็นว่าตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ความลับซึ่งการเปิดเผยจะทำให้โจทก์เสียหายนั้น เป็นความลับเรื่องใดโจทก์หาได้บรรยายให้ปรากฏไม่ และที่กล่าวหาว่าจำเลยฉ้อโกงหลอกลวงโจทก์ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งนั้น ข้อความใดที่เป็นความเท็จและความจริงเป็นอย่างไรก็มิได้ปรากฏตามคำบรรยายฟ้องเช่นกันฟ้องของโจทก์จึงเคลือบคลุม ไม่บรรยายมาพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้อง ศาลชั้นต้นไม่ประทับฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161 วรรคแรกประกอบด้วยมาตรา 158(5) ชอบแล้ว ปัญหาที่ว่าศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในกระทงความเท็จฐานแจ้งความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172ชอบด้วยวิธีพิจารณาหรือไม่ เห็นว่าความผิดตามมาตรานี้มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับซึ่งศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษาว่าคดีไม่มีมูล โจทก์คงมีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกา ทั้งนี้ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 วรรคแรก ฉะนั้นเมื่ออุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องด้วยข้อห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาภาค 4 อุทธรณ์ฎีกา ลักษณะ 1 อุทธรณ์หมวด 1 หลักทั่วไป มาตรา 193 ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2517 มาตรา 3 นั้นด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2524 นายไพโรจน์ เจริญกิจหัตถกร โจทก์ นายไพบูลย์ เต็งไตรรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไพโรจน์ เจริญกิจหัตถกร · จำเลย - นายไพบูลย์ เต็งไตรรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · ขจร หะวานนท์ · แถมชัย สิทธิไตรย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 2303/2518ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 599/2532ฎีกา 6196/2534ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 280/2505ฎีกา 2813/2566ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา