⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 269/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 269/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การไม่ทำตามที่รับปากไว้ ไม่ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกง แม้จะมีการกล่าวอ้างว่าเป็นการหลอกลวงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องเป็นใจความว่า จำเลยนำความเท็จมากล่าวหลอกลวงแก่ประชาชนและโจทก์ โดยจำเลยจัดพิมพ์หนังสือบันทึกเหตุการณ์เขมรฆ่าโหดคนไทย 30 ศพการจำหน่ายหนังสือดังกล่าวจำเลยโฆษณาแก่ประชาชนและโจทก์ว่า จำเลยจะนำเงินรายได้ไปช่วยซื้ออาวุธให้ราษฎรชายแดนคุ้มครองหมู่บ้าน เป็นเหตุให้โจทก์หลงเชื่อตกลงซื้อหนังสือดังกล่าว 2 เล่ม เป็นเงิน40 บาท จำเลยจำหน่ายหนังสือดังกล่าวได้เงิน 200,000บาท จำเลยได้รับเงินค่าหนังสือจากโจทก์แล้วกลับนำเงินดังกล่าวไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวและผู้อื่น ไม่นำไปซื้ออาวุธเพื่อแจกจ่ายราษฎรชายแดน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ดังนี้ ข้อความที่ปรากฏในฟ้องแสดงเพียงว่าจำเลยรับจะทำอะไรแล้วไม่ทำตามรับเท่านั้นการไม่ทำตามรับดังที่โจทก์ฟ้องไม่ใช่ความผิดฐานฉ้อโกง แม้ในฟ้องจะมีคำว่าจำเลยนำความเท็จมากล่าวหลอกลวงแก่ประชาชนและโจทก์ แต่เมื่ออ่านฟ้องโดยตลอดจะพบว่าไม่มีการหลอกลวงอันเป็นความผิดฐานฉ้อโกง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 - 20 มีนาคม 2523 เวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกัน จำเลยได้นำความเท็จมากล่าวหลอกลวงแก่ประชาชนและโจทก์ โดยจำเลยจัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือบันทึกภาพเหตุการณ์เขมรฆ่าโหดคนไทย 30 ศพ จำนวน 10,000 เล่ม ได้รับเงินจากการจำหน่าย200,000 บาท ในการจำหน่ายหนังสือดังกล่าวจำเลยได้โฆษณาประกาศกับประชาชนและโจทก์กับได้โฆษณาไว้ในหนังสือว่า จำเลยจะนำเงินรายได้จากการจำหน่ายหนังสือทั้งหมดไปช่วยซื้ออาวุธให้ราษฎรชายแดนคุ้มครองหมู่บ้านอำเภออรัญประเทศเป็นเหตุให้โจทก์หลงเชื่อ โจทก์ต้องการช่วยเหลือราษฎรชายแดนอำเภออรัญประเทศให้ได้มีอาวุธปืนไว้ป้องกันตัวและทรัพย์สินจากการละเมิดของเขมรจึงซื้อหนังสือดังกล่าวไว้สองเล่มเป็นเงิน 40 บาทนับแต่จำเลยได้รับเงินค่าหนังสือจากโจทก์แล้ว จำเลยกลับนำเงินรายได้จากการจำหน่ายหนังสือดังกล่าวไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวหรือผู้อื่นไม่นำเงินไปซื้ออาวุธเพื่อแจกจ่ายให้ราษฎรชายแดนอำเภออรัญประเทศไว้ป้องกันการละเมิดของเขมร เหตุเกิดที่ตำบลอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดปราจีนบุรีขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 ศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่เป็นความผิดทางอาญาฐานฉ้อโกงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องเป็นใจความว่าจำเลยนำความเท็จมากล่าวหลอกลวงแก่ประชาชนและโจทก์ โจทก์จำเลยจัดพิมพ์หนังสือและจำหน่ายหนังสือบันทึกเหตุการณ์เขมรฆ่าโหดคนไทย 30 ศพ การจำหน่ายหนังสือดังกล่าว จำเลยโฆษณาแก่ประชาชนและโจทก์ว่า จำเลยจะนำเงินรายได้จากการจำหน่ายหนังสือดังกล่าวไปช่วยซื้ออาวุธให้ราษฎรชายแดนคุ้มครองหมู่บ้าน เป็นเหตุให้โจทก์หลงเชื่อตกลงซื้อหนังสือดังกล่าว 2 เล่มเป็นเงิน 40 บาท จำเลยขายหนังสือดังกล่าวจำนวน 10,000 เล่ม ได้เงิน200,000 บาท จำเลยได้รับเงินค่าหนังสือจากโจทก์แล้ว จำเลยกลับนำเงินดังกล่าวไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวและผู้อื่น ไม่นำไปซื้ออาวุธเพื่อแจกจ่ายให้ราษฎรชายแดนนั้น เห็นว่าข้อความตามที่ปรากฏในฟ้องแสดงเพียงว่าจำเลยรับจะทำอะไรแล้วไม่ทำตามรับเท่านั้น การไม่ทำตามรับดังที่โจทก์ฟ้องไม่ใช่ความผิดฐานฉ้อโกง แม้ในฟ้องจะมีคำว่าจำเลยนำความเท็จมากล่าวหลอกลวงแก่ประชาชนและโจทก์ แต่เมื่ออ่านฟ้องโดยตลอดจะพบว่าไม่มีการหลอกลวงอันเป็นความผิดฐานฉ้อโกง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 269/2524 นายพิกุล พันธุหงษ์ โจทก์ นายอำนวย น้อยเชื้อเวียง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพิกุล พันธุหงษ์ · จำเลย - นายอำนวย น้อยเชื้อเวียง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินิจ วินิจฉัยภาค · ไพบูลย์ ไวกาสี · ประสาท บุณยรังษี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 2303/2518ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 599/2532ฎีกา 6196/2534ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา