⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3089/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3089/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้เงินที่เรียกเก็บเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เป็นสิทธิเรียกร้องที่ผู้ชำระเกินมีสิทธิเรียกคืนจากผู้รับเงิน แม้ผู้รับเงินได้ใช้จ่ายเงินนั้นไปแล้ว หรือผู้ชำระเกินได้บวกภาระภาษีนั้นไปในราคาสินค้าแล้วก็ตาม ผู้รับเงินก็ยังคงต้องรับผิดคืนเงินส่วนที่เกินนั้นเมื่อได้รับการทวงถามโดยชอบแล้ว และต้องรับผิดในดอกเบี้ยนับแต่วันผิดนัด

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เสียภาษีการค้าเกินอัตราให้แก่กรมสรรพากรจำเลยเป็นเรื่องหนี้เงินที่จำเลยเรียกเก็บผิดไปจากที่กฎหมายบัญญัติ เป็นเรื่องสิทธิเรียกร้องในหนี้เงิน เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิอย่างใดในเงินที่เรียกเก็บนั้น จำเลยก็ต้องคืนเงินอันมีจำนวนเงินที่เกินให้โจทก์ กรณีไม่ใช่เรื่องครอบครองปรปักษ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แม้เงินจำนวนนี้ไม่มีอยู่ที่จำเลย เพราะตกได้แก่ แผ่นดินและรัฐบาลได้ใช้จ่ายไปแล้วเพื่อการบำรุงประเทศ หรือโจทก์ได้บวกค่าภาษีที่ได้ชำระไปแล้วรวมเข้ากับต้นทุนสินค้าและจำหน่ายให้กับผู้ซื้อ ก็หาเป็นเหตุที่จะทำให้จำเลย ไม่ต้องรับผิดไม่ เมื่อจำเลยได้รับการทวงถามจากโจทก์โดยชอบแล้ว ไม่ยอมคืนเงินภาษีที่โจทก์ชำระเกิน ถือได้ว่าจำเลยตกเป็นผู้ผิดนัด ต้องรับผิดในดอกเบี้ยตั้งแต่วันผิดนัดเป็นต้นมา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 98,946.74 บาทแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาได้ ให้จำเลยชำระเงินในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 13 มีนาคม 2516 จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติรับฟังได้ว่า สินค้าแป้งสาลี่ที่โจทก์สั่งเข้ามาจะต้องเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 1.5 ของรายรับ ซึ่งคู่ความแถลงรับกันว่าเงินที่โจทก์เสียเกินเป็นเงิน 98,946.74 บาท โดยแยกเป็นภาษีการค้า89,447.20 บาท และภาษีเทศบาล 8,494.53 บาท" ฯลฯ "จำเลยฎีกาต่อไปอีกว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะจำเลยได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า กรณีเรื่องนี้เป็นหนี้เงินที่จำเลยเรียกเก็บผิดไปจากที่กฎหมายบัญญัติ เป็นเรื่องสิทธิเรียกร้องในหนี้เงิน เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิอย่างใดในเงินที่เรียกเก็บนั้น จำเลยก็ต้องคืนเงินอันมีจำนวนเงินดังกล่าวให้โจทก์ กรณีไม่ใช่เรื่องครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แม้เงินจำนวนนี้ไม่อยู่ที่จำเลยเพราะตกได้แก่แผ่นดินและรัฐบาลได้ใช้จ่ายไปแล้วเพื่อการบำรุงประเทศ หรือโจทก์ได้บวกค่าภาษีที่ได้ชำระไปแล้วรวมเข้ากับต้นทุนสินค้าและจำหน่ายให้แก่ผู้ซื้อดังฎีกาของจำเลย ก็หาเป็นเหตุที่จะทำให้จำเลยไม่ต้องรับผิดไม่ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น จำเลยฎีกาข้อสุดท้ายว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้อง ดอกเบี้ยเพราะจำเลยมิใช่ผู้ผิดนัดนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยคืนเงินภาษีที่โจทก์ชำระเกินไปเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2510 จำเลยก็มิได้ปฏิเสธในข้อนี้ เมื่อจำเลยได้รับทวงถามจากโจทก์โดยชอบแล้วไม่ยอมคืนให้ จึงถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้ผิดนัด ต้องรับผิดในดอกเบี้ยตั้งแต่วันผิดนัดเป็นต้นมา" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3089/2524 บริษัท เจริญวัฒนา จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เจริญวัฒนา จำกัด · จำเลย - กรมสรรพากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา สุมาวงศ์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี · อำนวย อินทุภูติ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 726/2493ฎีกา 451/2491ฎีกา 3375/2532ฎีกา 10166/2539ฎีกา 9788/2553ฎีกา 394/2550ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 6239/2551ฎีกา 4415/2528ฎีกา 3081/2527ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 3145/2545ฎีกา 4470/2543ฎีกา 1776/2541ฎีกา 3005/2541ฎีกา 4185/2547ฎีกา 824-825/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา