⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3203/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3203/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยแถลงขอถือเอาคำให้การของจำเลยอื่นเป็นคำให้การของตนเอง และศาลได้รับคำแถลงนั้นไว้ ถือว่าจำเลยได้ให้การต่อสู้คดีและมีสิทธินำพยานเข้าสืบได้

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 12 แถลงขอถือเอาคำให้การของจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 11 ซึ่งได้ยื่นเป็นหนังสือและศาลแรงงานกลางได้รับคำให้การนั้นแล้วเป็นคำให้การของจำเลยที่ 12 ด้วย และศาลแรงงานกลางได้บันทึกคำแถลงนั้นไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาแล้วกำหนดหน้าที่นำสืบไปตามประเด็นแห่งคดี จึงเท่ากับจำเลยที่ 12 ได้ให้การต่อสู้คดีเช่นเดียวกับคำให้การของจำเลยที่ 1ถึงจำเลยที่ 11และศาลแรงงานกลางได้รับคำให้การนั้นแล้วจำเลยที่ 12 จึงมีสิทธินำพยานเข้าสืบตามข้อต่อสู้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.37 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นลูกจ้างประจำของจำเลยที่ ๑๒ ต่อมาเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๓ จำเลยที่ ๑๒ ได้เลิกจ้างโจทก์ทั้งสามอ้างว่าประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอยู่ในภาวะขาดทุนซึ่งไม่เป็นความจริง หากแต่เลิกจ้างเพราะโจทก์ทั้งสามเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์ และโจทก์ทั้งสามได้ร่วมกันยื่นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อจำเลยที่ ๑๒ ซึ่งมีการตกลงกันได้และได้ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๓ โดยมีผลใช้บังคับ ๑ ปี การเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม โจทก์ทั้งสามได้ร้องเรียนต่อจำเลยที่ ๑ถึงจำเลยที่ ๑๑ ซึ่งเป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑๒ เลิกจ้างโจทก์ทั้งสามเพราะความจำเป็นมิได้กลั่นแกล้งลูกจ้าง มิใช่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมจึงมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์ทั้งสาม โจทก์เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบจึงขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์และให้จำเลยที่ ๑๒ ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสามคนละ ๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๑ ให้การว่า จำเลยได้กระทำตามอำนาจหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตและชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ ๑๒ เลิกจ้างโจทก์ทั้งสามและพนักงานอื่นเพราะประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและอยู่ในภาวะขาดทุนและดูแลกิจการไม่ทั่วถึงซึ่งจำเลยที่ ๑๒ ก็ได้ยุบหน่วยงานอื่นอีกหลายหน่วย และได้จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายให้โจทก์ทั้งสามครบถ้วนแล้ว ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๑๒ ไม่ยื่นคำให้การ แต่ขอถือเอาคำให้การของจำเลยที่ ๑ ถึงจำเลยที่ ๑๑ เป็นคำให้การของจำเลยที่ ๑๒ ด้วย ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ ๑ ถึงแก่กรรม โจทก์ขอถอนฟ้องศาลแรงงานกลางอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ออกเสียจากสารบบความ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑๒ มีเหตุจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงการบริหารงานยุบแผนกใดแผนกหนึ่งตามที่เห็นสมควรการเลิกจ้างก็ไม่ปรากฏเหตุเจาะจงจะเลิกจ้างใคร หรือมีเจตนาแอบแฝงที่จะบ่อนทำลายเสถียรภาพของสหภาพแรงงาน ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏเหตุแห่งการกระทำอันไม่เป็นธรรม ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำวินิจฉัยของจำเลยที่ ๑ ถึงจำเลยที่ ๑๑ พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายในประเด็นที่โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ว่าจำเลยที่ ๑๒ ไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบ เพราะมิได้ยื่นคำให้การไว้ การที่จำเลยที่ ๑๒ ขอให้ถือเอาคำให้การของจำเลยที่ ๑ ถึงจำเลยที่ ๑๑ เป็นคำให้การของจำเลยที่ ๑๒ ด้วย จะถือว่าจำเลยที่ ๑๒ให้การแล้วไม่ได้ว่า พิเคราะห์แล้วพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๗ วรรคสองบัญญัติว่า"จำเลยจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือก่อนวันเวลาที่ศาลแรงงานนัดให้มาศาลก็ได้" และมาตรา ๓๙ บัญญัติว่า "ในกรณีมีประเด็นที่ยังไม่อาจตกลงกันหรือไม่อาจประนีประนอมยอมความกัน ให้ศาลแรงงานจดประเด็นข้อพิพาทและบันทึกคำแถลงของโจทก์กับคำให้การของจำเลยอ่านให้คู่ความฟัง และให้ลงลายมือชื่อไว้" เห็นได้ว่าวิธีพิจารณาคดีแรงงานในศาลแรงงานแตกต่างกับการพิจารณาคดีแพ่งธรรมดากล่าวคือจำเลยจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือก่อนวันที่ศาลนัดให้คู่ความมาศาล หรือจะให้การด้วยวาจาในวันนัดก็ได้ คดีนี้จำเลยที่ ๑๒ แถลงขอถือเอาคำให้การจำเลยที่ ๑ ถึงจำเลยที่ ๑๑ ซึ่งได้ยื่นเป็นหนังสือไว้ก่อนแล้วเป็นคำให้การของจำเลยที่ ๑๒ ด้วย ศาลแรงงานกลางได้บันทึกคำแถลงนั้นไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา แล้วกำหนดหน้าที่นำสืบไปตามประเด็นแห่งคดีจึงเท่ากับจำเลยที่ ๑๒ ได้ให้การต่อสู้คดีเช่นเดียวกับคำให้การจำเลยที่ ๑ ถึงจำเลยที่ ๑๑ และศาลแรงงานกลางได้รับคำให้การนั้นแล้ว จำเลยจึงมีสิทธินำพยานเข้าสืบตามข้อต่อสู้ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3203/2524 นายอัญชลอ วิลาศพรพรรณ กับพวก โจทก์ นายจำรูญ เจริญกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอัญชลอ วิลาศพรพรรณ กับพวก · จำเลย - นายจำรูญ เจริญกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · ขจร หะวานนท์ · ไพศาล สว่างเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสนิท นิติธรรมาศ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2893/2540ฎีกา 360/2502ฎีกา 1961/2534ฎีกา 2749/2538ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 42/2498ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 8374/2547ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 647/2521ฎีกา 369/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 370/2506ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา