⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4052/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4052/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การต่ออายุสัญญาจ้างแรงงานที่มีกำหนดเวลาแน่นอน ถือเป็นการกำหนดระยะเวลาจ้างใหม่ ไม่ใช่การขยายระยะเวลาเดิม และการเลิกสัญญาหรือการไม่ต่อสัญญา ไม่กระทบต่อความแน่นอนของระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาเดิม

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจ้างแรงงานมีกำหนดเวลาจ้างที่แน่นอน และมีข้อความกำหนดวิธีการที่จะต่อสัญญาหรือเลิกสัญญาไว้ว่า ผู้ว่าจ้างจะได้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทราบ เมื่อนายจ้างต่ออายุสัญญาออกไป จึงเป็นการกำหนดระยะเวลาในการจ้างขึ้นใหม่ ไม่ใช่เป็นการขยายระยะเวลาในสัญญาเดิม จึงไม่กระทบกระเทือนต่อกำหนดเวลาในสัญญาเดิมที่ระบุจำนวนปีแน่นอนอยู่แล้ว ส่วนการเลิกสัญญา ซึ่งอาจมีขึ้นก็เป็นเรื่องที่จะตกลงกันใหม่ยกเลิกกำหนดเวลาในสัญญาเดิมเสีย หาใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาในสัญญาจ้างฉบับเดิมไม่ สำหรับข้อความตามสัญญาที่ว่าถ้าไม่มีการแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทราบ ให้ถือว่าการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างตามสัญญานั้นมีไว้เพื่อเป็นการลดหน้าที่ของผู้ว่าจ้างในกรณีไม่ต่ออายุสัญญาเท่านั้น ไม่มีผลกระทบกระเทือนถึงความแน่นอนของระยะเวลาตามสัญญาจ้างที่มีอยู่แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.582

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำมีกำหนด 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ 10พฤษภาคม 2516 ต่อมาวันที่ 14 พฤษภาคม 2518 จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำให้ทำงานในตำแหน่งเดิมมีกำหนด 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2518 ครั้นวันที่ 30 มกราคม 2519 ซึ่งเป็นเวลาก่อนครบอายุสัญญาจ้างฉบับที่ 2 จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่า เมื่อครบอายุสัญญาจ้างแล้วจำเลยจะไม่ต่ออายุสัญญาไปอีก ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้มีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าสัญญาจ้างทั้งสองฉบับเป็นสัญญาจ้างที่มีกำหนดเวลาแน่นอนหรือไม่ พิเคราะห์สัญญาข้อ 4 ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 และ 2 แล้ว มีข้อความทำนองเดียวกันว่า "ก่อนครบอายุสัญญานี้สามเดือน หากผู้จ้างต้องการจะต่ออายุสัญญาไปอีกเมื่อครบกำหนดอายุสัญญาเป็นระยะเวลาเท่าใด ผู้ว่าจ้างจะได้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทราบ (ถ้าไม่มีการแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทราบ ให้ถือว่าการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างเพียง 1 ปีตามข้อ 1) และในกรณีที่ผู้รับจ้างหรือผู้ว่าจ้างประสงค์จะเลิกสัญญา จะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้แต่ละฝ่ายทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามเดือนเช่นเดียวกัน" ข้อความภายในวงเล็บปรากฏอยู่ในเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 แต่ไม่ปรากฏในเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ศาลฎีกาพิเคราะห์เอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวแล้ว เห็นว่า กำหนดเวลา 2 ปี ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ก็ดี กำหนดเวลาปี 1 ปี ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 ก็ดี เป็นกำหนดเวลาที่แน่นอน ส่วนข้อความที่ว่าหากผู้ว่าจ้างจะต่ออายุสัญญาไปอีกเป็นเวลาเท่าใด หรือในกรณีที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดประสงค์จะเลิกสัญญาจะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามเดือนนั้น เป็นวิธีการที่จะต่อสัญญาหรือเลิกสัญญาเท่านั้นการที่นายจ้างต่ออายุสัญญาออกไปเป็นการกำหนดระยะเวลาในการจ้างขึ้นใหม่ ไม่ใช่เป็นการขยายระยะเวลาในสัญญาฉบับเดิม จึงไม่เป็นการกระทบกระเทือนต่อกำหนดเวลาในสัญญาเดิมที่ระบุจำนวนปีแน่นอนอยู่แล้ว ส่วนการเลิกสัญญาซึ่งอาจมีขึ้นเพราะเหตุการณ์ในอนาคต ก็เป็นเรื่องที่นายจ้างกับลูกจ้างจะทำความตกลงกันใหม่ยกเลิกกำหนดเวลาในสัญญาเดิมเสียหาใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาในสัญญาจ้างฉบับเดิมแต่ประการใดไม่สำหรับข้อความในวงเล็บตามสัญญาท้ายฟ้องหมายเลข 2 นั้น มีไว้เพื่อเป็นการลดหน้าที่ของผู้ว่าจ้างในกรณีไม่ต่ออายุสัญญาจ้างเท่านั้น ไม่มีผลกระทบกระเทือนถึงความแน่นอนของระยะเวลาตามสัญญาจ้างที่มีอยู่แล้วทั้งข้อเท็จจริงในคดีก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยทำสัญญาจ้างเพื่อหลีกเลี่ยงไม่จ่ายค่าชดเชย ศาลฎีกาจึงเห็นว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์และจำเลย มีกำหนดระยะเวลาจ้างแน่นอน เมื่อจำเลยไม่จ้างโจทก์ต่อไปภายหลังระยะเวลาการจ้างตามสัญญาจ้างฉบับที่ 2 สิ้นสุดลง จำเลยก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ ส่วนหนังสือของผู้อำนวยการกองคุ้มครองแรงงาน ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 9 เป็นเพียงความเห็นของเจ้าหน้าที่ในกรมแรงงานเท่านั้นไม่ใช่หลักกฎหมายคำพิพากษาฎีกาที่ 1601/2523 ที่โจทก์อ้างรูปคดีไม่ตรงกับคดีนี้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4052/2524 นายวิริยะ เกิดศิริ โจทก์ บริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิริยะ เกิดศิริ · จำเลย - บริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรัช รัตนอุดม · ขจร หะวานนท์ · ธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6877/2544ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 144/2535ฎีกา 1013/2533ฎีกา 1961/2543ฎีกา 654/2536ฎีกา 5790-5822/2543ฎีกา 3995-4017/2542ฎีกา 584/2536ฎีกา 2411-2415/2529ฎีกา 3117/2543ฎีกา 2579/2531ฎีกา 7084-7289/2548ฎีกา 5678/2530ฎีกา 3820/2528ฎีกา 842-845/2540ฎีกา 1106-1107/2526ฎีกา 1743/2525ฎีกา 2411/2529ฎีกา 237/2529ฎีกา 6075/2549ฎีกา 6787/2548ฎีกา 2928/2528ฎีกา 1989/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา