⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1106-1107/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1106-1107/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิเรียกร้องสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยเป็นสิทธิเฉพาะตัวของลูกจ้าง ไม่เป็นสินสมรส โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเรียกสินจ้างดังกล่าวได้โดยลำพัง

ย่อคำพิพากษา

สิทธิเรียกร้องสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยเกิดขึ้นโดยผลของกฎหมาย การเรียกร้องหรือการได้มาซึ่งสิทธิทั้งสองประเภทจึงเป็นสิทธิของลูกจ้าง สิทธิดังกล่าวมิใช่สินสมรส ฟ้องของโจทก์จึงมิใช่ฟ้องเพื่อจัดการสินสมรสหรือฟ้องเกี่ยวแก่สินสมรส โจทก์มีอำนาจฟ้องตามลำพังตน ไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากสามี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.582 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1474

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวน ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาพิพากษา โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องเป็นใจความทำนองเดียวกันว่า โจทก์ทุกคนเป็นลูกจ้างจำเลย เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๒๕ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทุกคนโดยไม่จ่ายค่าชดเชยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ไม่คืนเงินประกันชุดทำงานและไม่จ่ายค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๔ และ พ.ศ. ๒๕๒๕ ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินประกันการเข้าทำงาน ค่าประกันชุดทำงาน ค่าชดเชย และค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์ทุกคน จำเลยทั้งสองสำนวนให้การเป็นทำนองเดียวกันว่า โจทก์ที่ ๔๒, ๕๓ และ ๕๔ซึ่งเป็นผู้เยาว์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะหนังสือให้ความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมเป็นเอกสารปลอม และโจทก์ที่ ๑๙, ๒๐, ๒๕, ๒๙, ๓๐, ๓๘ และ ๕๐ ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากสามี โจทก์ทุกคนยินยอมให้จำเลยเลิกสัญญาจ้างโดยสมัครใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย จำเลยมิได้เลิกจ้าง โจทก์ทุกคนจึงไม่มีสิทธิเรียกสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย โจทก์ทุกคนได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายไม่มากเท่าที่ฟ้อง สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย เงินประกันการเข้าทำงาน ค่าประกันชุดทำงาน และค่าหยุดพักผ่อนประจำปี หากมี ก็ไม่มากเท่าที่ฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณา จำเลยแถลงรับว่าโจทก์ที่ ๕๓ และ ๕๔ ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมให้ฟ้องคดีแล้ว และโจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๖, ที่ ๘, ที่ ๑๒ ถึง ๑๔, ที่ ๑๖, ที่ ๑๘, ที่ ๓๑, ที่ ๓๔, ที่ ๓๗ ถึงที่ ๓๙, ที่ ๔๑ ถึงที่ ๔๓, ที่ ๔๖, ที่ ๔๘, ที่ ๕๐, ที่ ๕๕ และที่ ๕๗ขอถอนฟ้อง ศาลแรงงานกลางอนุญาต ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย ค่าประกันการเข้าทำงาน ค่าประกันชุดทำงาน แก่โจทก์ที่ยังติดใจดำเนินคดี จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา แต่ศาลแรงงานกลางรับอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า โจทก์ซึ่งเป็นหญิงมีสามีฟ้องคดีนี้ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากสามีก่อนหรือไม่ ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า สิทธิเรียกร้องสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยเกิดขึ้นโดยผลของกฎหมาย คือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๒ และตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๖ การเรียกร้องหรือการได้มาซึ่งสิทธิทั้งสองประเภทนั้น จึงเป็นสิทธิของลูกจ้าง สิทธิดังกล่าวหาใช่เป็นสินสมรสไม่ ฟ้องของโจทก์จึงมิใช่ฟ้องเพื่อจัดการสินสมรสหรือมิใช่ฟ้องเกี่ยวแก่สินสมรส โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องตามลำพังตน ไม่จำเป็นที่สามีต้องให้ความยินยอมเป็นหนังสือก่อน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1106 - 1107/2526 นายสุวัฒน์ ทิพย์ประเสริฐ กับพวก โดยนายคำปุ่น วงษ์ขันธ์ ผู้รับมอบอำนาจ บริษัทไทยฟูจิโมลด์แอนด์โดคาสติ้ง จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้รับมอบอำนาจ - นายสุวัฒน์ ทิพย์ประเสริฐ กับพวก โดยนายคำปุ่น วงษ์ขันธ์ · จำเลย - บริษัทไทยฟูจิโมลด์แอนด์โดคาสติ้ง จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จุนท์ จันทรวงศ์ · ขจร หะวานนท์ · วรา ไวยหงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายฟอง แสวงธรรม · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6877/2544ฎีกา 3371/2527ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 9577/2552ฎีกา 144/2535ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1343/2526ฎีกา 2104-2105/2525ฎีกา 1013/2533ฎีกา 1961/2543ฎีกา 2314/2525ฎีกา 7092/2538ฎีกา 3117/2529ฎีกา 2599/2541ฎีกา 654/2536ฎีกา 4800/2534ฎีกา 2572/2541ฎีกา 271/2525ฎีกา 5790-5822/2543ฎีกา 3583/2524ฎีกา 3995-4017/2542ฎีกา 3832/2540ฎีกา 2/2543ฎีกา 584/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา