⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2314/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2314/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การคำนวณเงินสงเคราะห์ตามข้อบังคับของนายจ้างที่อ้างอิงกฎหมายบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ให้ถือเงินเดือนเดือนสุดท้ายที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามจริงเป็นเกณฑ์ แม้ลูกจ้างจะถูกลงโทษลดขั้นเงินเดือนก่อนถูกเลิกจ้าง

ย่อคำพิพากษา

ข้อบังคับของนายจ้างว่าด้วยกองทุนสำหรับจ่ายสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานได้กำหนดการคำนวณเงินสงเคราะห์ โดยถือหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการมาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งตามกฎหมายดังกล่าวให้ตั้งเงินเดือนเดือนสุดท้ายเป็นเกณฑ์คำนวณ เมื่อลูกจ้างถูกลงโทษทางวินัยลดขั้นอัตราเงินเดือน แล้วถูกสั่งให้ออกจากงานฐานหย่อนความสามารถ เงินเดือนเดือนสุดท้ายของลูกจ้างที่นำมาเป็นฐานคำนวณจ่ายเงินสงเคราะห์ก็ต้องถือตามเงินเดือนที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับภายหลังลดขั้นอัตราเงินเดือนแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ เงินเดือนสุดท้าย ๓,๖๙๕ บาท ค่าครองชีพ ๓๐๐ บาท โจทก์ถูกสั่งให้ออกจากงาน จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ขาดไป ๑,๖๘๐ บาท และจ่ายเงินสงเคราะห์ขาดไป ๘,๙๖๐ บาท จึงขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ก่อนที่จำเลยจะให้โจทก์ออกจากงาน โจทก์กระทำผิดวินัยถูกลงโทษลดขั้นเงินเดือน ๑ ขั้น จากอัตราเงินเดือน ๓,๖๙๕ บาทเหลือเป็นอัตราเงินเดือน ๓,๔๑๕ บาท จำเลยจ่ายเงินสงเคราะห์และค่าชดเชยให้โจทก์ถูกต้องแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน ๑,๖๘๐ บาทแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาว่าเงินเดือนเดือนสุดท้ายที่จะนำมาเป็นฐานในการคำนวณเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวมีจำนวนเดือนละเท่าใด ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ซึ่งมีตำแหน่งเป็นพนักงานรักษารถถูกกล่าวหาว่าทำผิดวินัยฐานเสพสุราจนทำให้เกิดการขัดข้องหรือเสียหายแก่กิจการรถไฟ จำเลยตั้งกรรมการขึ้นเพื่อทำการสอบสวน ในที่สุดจำเลยได้มีคำสั่งลงโทษโจทก์โดยลดขั้นอัตราเงินเดือนตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๒๒ เป็นต้นไป คำสั่งนี้เป็นผลให้โจทก์ซึ่งรับเงินเดือนเดือนละ ๓,๖๙๕ บาท ต้องถูกลดลง ๑ ขั้น เหลือเดือนละ ๓,๔๑๕ บาท แต่ในระหว่างที่กรรมการของจำเลยทำการสอบสวนอยู่นั้นโจทก์ได้ลาป่วยเป็นเวลานานจนไม่มีสิทธิรับเงินเดือนระหว่างลา ตั้งแต่วันที่๑๐ มิถุนายน ๒๕๒๔ ถึงวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๒๔ กรณีโจทก์ลาป่วยเป็นเวลานานดังกล่าวนี้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นกับแพทย์ของการรถไฟแห่งประเทศไทยมีความเห็นว่าควรให้โจทก์ออกจากงานฐานหย่อนความสามารถในร่างกายเพราะป่วย ซึ่งเมื่อได้มีคำสั่งลงโทษลดขั้นเงินเดือนโจทก์แล้วจำเลยจึงได้มีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานตั้งแต่วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๒๔ ในคำสั่งดังกล่าวระบุว่าโจทก์ได้รับเงินเดือนเดือนละ ๓,๔๑๕ บาท พิเคราะห์แล้ว ตามข้อบังคับคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๔๑ ว่าด้วยกองทุนสำหรับจ่ายสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานในการรถไฟมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงานและคนงานประจำของการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้รับเงินสงเคราะห์ตามสิทธิของตนที่มีอยู่ โดยกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินสงเคราะห์ไว้ในการคำนวณเงินสงเคราะห์ตามข้อบังคับดังกล่าวได้กำหนดให้นำพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการมาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญนั้น การคำนวณเงินบำเหน็จบำนาญให้ตั้งเงินเดือนเดือนสุดท้ายเป็นเกณฑ์คำนวณ ในการคำนวณเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวก็เช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ถูกลงโทษทางวินัยลดขั้นอัตราเงินเดือนแล้ว การลงโทษย่อมมีผลนับตั้งแต่วันที่ออกคำสั่ง คือวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๒๔ จึงต้องถือว่าเงินเดือนโจทก์ถูกลดลงตั้งแต่วันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๒๔ ฉะนั้นเงินเดือนเดือนสุดท้ายของโจทก์ที่จะนำมาเป็นฐานคำนวณจ่ายเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวต้องถือตามเงินเดือนที่โจทก์มีสิทธิได้รับภายหลังลดแล้วคือ ๓,๔๑๕ บาท ทั้งภายหลังที่มีคำสั่งลดขั้นเงินเดือนแล้ว จำเลยยังได้มีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานฐานหย่อนความสามารถ ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๒๔ ตามคำสั่งดังกล่าวก็ระบุด้วยว่าโจทก์ได้รับเงินเดือน (ขณะออกจากงาน) ๓,๔๑๕ บาท เมื่อรูปคดีฟังได้เช่นนี้ ปัญหาว่าการคำนวณจ่ายเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวฐานในการคำนวณจะคิดอย่างเดียวกับค่าชดเชยหรือไม่ ก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย คำพิพากษาศาลแรงงานกลางชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2314/2525 นายอุบล ไตรภูมิ โจทก์ การรถไฟแห่งประเทศไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอุบล ไตรภูมิ · จำเลย - การรถไฟแห่งประเทศไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายชลอ บุณยเนตร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3371/2527ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 174/2533ฎีกา 3591/2529ฎีกา 5759/2540ฎีกา 480/2525ฎีกา 1343/2526ฎีกา 2104-2105/2525ฎีกา 3117/2529ฎีกา 2513/2544ฎีกา 2599/2541ฎีกา 4800/2534ฎีกา 2004/2527ฎีกา 3802/2527ฎีกา 2572/2541ฎีกา 271/2525ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2/2543ฎีกา 1479/2526ฎีกา 3362/2529ฎีกา 260/2529ฎีกา 2911/2524ฎีกา 2411-2415/2529ฎีกา 2078/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา