⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2826/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2826/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้แก่โจทก์เมื่อโจทก์เกษียณอายุโดยมิได้กระทำความผิด แม้จำเลยจะมีคำสั่งกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินประเภทอื่นที่แตกต่างจากค่าชดเชยตามกฎหมายก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

หลักเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชยตามคำสั่งของจำเลย เรื่อง กำหนดระยะเวลาจ้างตลอดจนกำหนดการจ่ายค่าชดเชยและเงินทดแทนให้แก่พนักงานนั้น รวมถึงกรณีลาออก ทุพพลภาพ และถึงแก่กรรมด้วย ซึ่งแตกต่างจากค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน เงินดังกล่าวจึงเป็นเงินประเภทอื่นมิใช่ค่าชดเชย ดังนั้นเมื่อโจทก์เกษียณอายุโดยมิได้กระทำความผิดจำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย เข้าทำงานเมื่อวันที่18 มีนาคม 2495 ตำแหน่งสุดท้ายทำหน้าที่พนักงานเงินสด แผนกเงินสดได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 7,530 บาท ต่อมาวันที่ 1มีนาคม 2533 จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุเกษียณอายุ โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยจำนวน 45,180 บาทแต่จำเลยไม่ยอมจ่าย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 45,180 บาทแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า เมื่อโจทก์เกษียณอายุ จำเลยจ่ายเงินค่าชดเชยให้โจทก์ถูกต้องตามกฎหมายและคำสั่งที่ 6/2525 อันเป็นระเบียบข้อบังคับของจำเลยแล้ว จำเลยไม่จำต้องจ่ายค่าชดเชยตามฟ้องให้โจทก์ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยได้จ่ายค่าชดเชยให้โจทก์แล้วตามใบแจ้งเข้าบัญชีเอกสารหมาย จ.1 จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามฟ้องอีก พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางว่า โจทก์เข้าทำงานกับจำเลยเมื่อวันที่18 มีนาคม 2495 ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 7,530 บาทต่อมาวันที่ 1 มีนาคม 2533 โจทก์เกษียณอายุโดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด และจำเลยได้จ่ายค่าชดเชยตามคำสั่งที่ 6/2525 พร้อมเงินบำเหน็จพิเศษแก่โจทก์แล้ว โจทก์อุทธรณ์ว่า การจ่ายค่าชดเชยเพราะเหตุเกษียณอายุตามคำสั่งที่ 6/2525 ข้อ 6.2 ข้อ 13.2.1นั้น เป็นการจ่ายเงินประเภทอื่น มิใช่การจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 ซึ่งจำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยเพราะเหตุเลิกจ้างตามคำสั่งที่ 6/2525ข้อ 6.1 ข้อ 13.1.3 ปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์จึงมีว่าเงินที่จำเลยจ่ายให้โจทก์ตามคำสั่งดังกล่าวนั้น ถือเป็นค่าชดเชยตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว คำสั่งของจำเลยที่ 6/2525 เรื่อง กำหนดระยะเวลาจ้างตลอดจนกำหนดการจ่ายค่าชดเชยและเงินทดแทนให้แก่พนักงานเอกสารหมาย ล.1 ข้อ 1 ให้คำนิยามว่า ค่าชดเชย หมายถึงจำนวนเงินตอบแทนที่ธนาคารจ่ายให้พนักงานที่ต้องพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากการเลิกจ้าง การมีอายุครบเกษียณ ลาออกโดยทำงานมานานทุพพลภาพ หรือถึงแก่กรรม และข้อ 6 ระบุว่า พนักงานที่ออกจากงานเพราะเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้ มีสิทธิที่จะได้รับค่าชดเชยจากธนาคารคือ 6.1 เหตุธนาคารเลิกจ้างโดยพนักงานไม่มีความผิด6.2 เหตุมีอายุครบเกษียณเพราะสูงอายุ 6.3 เหตุทำงานมานาน6.4 เหตุทุพพลภาพ และ 6.5 เหตุถึงแก่กรรม ศาลฎีกาเห็นว่าหลักเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชยตามคำสั่งของจำเลยดังกล่าว จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างรวมถึงกรณีลาออก ทุพพลภาพ และถึงแก่กรรมด้วยซึ่งแตกต่างจากค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานจึงเป็นเงินประเภทอื่น มิใช่ค่าชดเชย ดังนั้น เมื่อโจทก์เกษียณอายุโดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน เป็นเงิน 45,180 บาทที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย..." พิพากษากลับ ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 45,180 บาท แก่โจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2826/2535 นาย ประพันธ์ อม ฤต โจทก์ ธนาคาร เอเชีย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ประพันธ์ อม ฤต · จำเลย - ธนาคาร เอเชีย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ