คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104-2105/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงจ้างลูกจ้างต่อไปหลังจากเกษียณอายุตามกฎหมาย ถือเป็นการทำสัญญาจ้างใหม่ที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน หากเลิกจ้างตามกำหนดเวลาดังกล่าว นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยตกลงจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างต่อไปเป็นรายปีหลังจากมีคำสั่งอนุมัติให้โจทก์ออกจากหน้าที่ เพราะเกษียณอายุตามกฎหมายแล้วนั้น มิใช่เป็นการขยายกำหนดเวลาการทำงานของโจทก์ออกต่อไป หากแต่เป็นการตกลงทำสัญญาจ้างกันใหม่ จึงเป็นสัญญาที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน ดังนั้น เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ตามกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้าง และโจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชยเนื่องจากถูกจำเลยเลิกจ้างตามสัญญาใหม่นี้จำเลยจึงได้รับยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมา จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสอง โดยไม่จ่ายค่าชดเชย ขอบังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งสองพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยให้การว่าโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ พ้นจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยเพราะเหตุเกษียณอายุตามกฎหมาย โจทก์ที่ ๑ เกษียณอายุเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๑๔ หลังจากนั้นถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๑๗ จำเลยจ้างโจทก์ที่ ๑ เป็นลูกจ้างชั่วคราว การจ้างโจทก์ที่ ๑ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๑๔ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๑๗ เป็นการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ย คดีโจทก์ขาดอายุความขอให้พิพากษายกฟ้อง
ในวันนัดพิจารณาคู่ความแถลงรับกันว่า โจทก์ที่ ๑ ได้ออกจากงานเพราะเกษียณอายุเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๑๔ หลังจากนั้นได้เป็นลูกจ้างชั่วคราวของจำเลย มีสัญญาการจ้างเป็นรายปี จำเลยไม่จ้างโจทก์ที่ ๑ หลังจากหมดสัญญาปี ๒๕๑๗ แล้ว
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งสองพร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยเกี่ยวกับโจทก์ที่ ๑ ว่า ตามฟ้องและคำแถลงรับของโจทก์ที่ ๑ เห็นได้ว่าโจทก์ที่ ๑ ประสงค์จะเรียกค่าชดเชยเพราะเหตุที่จำเลยเลิกจ้างเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๑๗ โจทก์ที่ ๑ ครบเกษียณอายุเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๑๔ จำเลยได้มีคำสั่งอนุมัติให้โจทก์ที่ ๑ ออกจากหน้าที่แล้วจำเลยได้จ้างโจทก์ที่ ๑ เป็นลูกจ้างชั่วคราวเป็นรายปี ในปีแรกตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๑๔ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๑๕ ปีที่สองตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๑๕ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน๒๕๑๖ ปีที่สามตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๑๖ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๑๗ เมื่อครบปีที่สามแล้วจำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๑๗ เป็นต้นไป การที่จำเลยตกลงจ้างโจทก์ที่ ๑ เป็นลูกจ้างต่อไปเป็นรายปีจนครบ ๓ ปีแล้วเลิกจ้างนั้น มิใช่เป็นการขยายกำหนดเวลาการทำงานของโจทก์ที่ ๑ ออกต่อไป หากแต่เป็นการตกลงทำสัญญาจ้างกันใหม่ภายหลังจากโจทก์ที่ ๑ มีอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์แล้ว โดยจ้างมีกำหนดเป็นปี ๆ ไปสัญญาจ้างดังกล่าวจึงเป็นสัญญาที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างได้รับยกเว้นไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานลงวันที่ ๑๖เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๔๖
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องเฉพาะโจทก์ที่ ๑ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104 - 2105/2525
นายบุญยงค์ มนูธรรม กับพวก โจทก์
กรมประชาสงเคราะห์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบุญยงค์ มนูธรรม กับพวก · จำเลย - กรมประชาสงเคราะห์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุสิต วราโห · ขจร หะวานนท์ · ไพศาล สว่างเนตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายกอบเกียรติ รัตนพานิช · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา