คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 271/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินช่วยเหลือค่าครองชีพที่จ่ายให้เป็นการตอบแทนการทำงาน ถือเป็นค่าจ้างที่ต้องนำมารวมคำนวณบำเหน็จตามข้อบังคับ
ย่อคำพิพากษา
เงินช่วยเหลือค่าครองชีพที่โจทก์ได้รับเป็นส่วนหนึ่งของเงินเดือนที่จำเลยจ่ายให้เป็นการตอบแทนการทำงาน จึงเป็นค่าจ้างที่ต้องนำมารวมเพื่อคำนวณบำเหน็จตามข้อบังคับของจำเลยด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ได้รับเงินเดือนครั้งสุดท้ายเดือนละ ๒,๓๘๐ บาท และเงินช่วยเหลือค่าครองชีพเดือนละ ๔๐๐ บาท รวมเป็นค่าจ้างเดือนละ ๒,๗๘๐ บาท เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๒๔ โจทก์ลาออกจากงานเนื่องจากสุขภาพไม่สมบูรณ์และได้รับอนุมัติจากจำเลยแล้ว รวมอายุการทำงาน ๑๐ ปี ๑๐ เดือน โจทก์ขอรับบำเหน็จตามข้อบังคับจำเลยว่าด้วยการสงเคราะห์พนักงาน พ.ศ. ๒๕๑๙ จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จให้โจทก์จำนวน ๒๖,๑๘๐ บาทยังขาดอยู่อีก ๔,๔๐๐ บาท โจทก์ทวงถามจำเลยไม่ยอมชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๒๔ จนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยให้การว่า จำเลยได้จ่ายเงินบำเหน็จจำนวน ๒๖,๑๘๐ บาทให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว การจ่ายเงินบำเหน็จ จำเลยคิดจากค่าจ้างซึ่งตอบแทนการทำงานเป็นหลัก มิได้คิดจากรายได้ที่โจทก์ได้รับจากจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเงินช่วยเหลือค่าครองชีพอีก ๔,๔๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานวินิจฉัยว่า เงินช่วยเหลือค่าครองชีพถือเป็นค่าจ้างที่ต้องนำมาคำนวณในการจ่ายบำเหน็จด้วย จำเลยจึงต้องจ่ายบำเหน็จในส่วนที่จ่ายไม่ครบจำนวน ๔,๔๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ได้ความว่ามูลเหตุที่จำเลยจ่ายเงินช่วยเหลือค่าครองชีพแก่โจทก์เนื่องจากเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ พนักงานรัฐวิสาหกิจเรียกร้องค่าครองชีพ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณา กระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้วเสนอต่อนายกรัฐมนตรีว่ามีเหตุสมควรเพิ่มรายได้ให้แก่พนักงานและลูกจ้างประจำของรัฐวิสาหกิจในลักษณะค่าครองชีพ เป็นรายเดือนตามอัตราที่เสนอ โดยให้ถือเป็นมาตรการชั่วคราวจนกว่าจะปรับปรุงโครงสร้างค่าจ้างเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจแล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๒๓ มีมติอนุมัติและแจ้งให้รัฐวิสาหกิจปฏิบัติต่อมา ดังนี้ เห็นได้ว่าจำเลยมีความประสงค์จะเพิ่มเงินเดือนปกติให้แก่พนักงาน แต่ยังเพิ่มไม่ได้เนื่องจากรัฐบาลปรับปรุงโครงสร้างค่าจ้างเงินดือนยังไม่เสร็จ จึงจ่ายให้ในรูปของเงินช่วยเหลือค่าครองชีพเป็นการชั่วคราว เงินช่วยเหลือค่าครองชีพที่โจทก์ได้รับจึงเป็นส่วนหนึ่งของเงินเดือนที่จำเลยจ่ายให้เป็นการตอบแทนการทำงานนั่นเอง จึงเป็นค่าจ้างที่ต้องนำมารวมคำนวณเงินบำเหน็จตามข้อบังคับของจำเลยด้วย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 271/2525
นางสาวอรุณี โรหิตเสถียร โจทก์
องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวอรุณี โรหิตเสถียร · จำเลย - องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายณรงค์ ตันติเตมิท · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา