⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5678/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5678/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเลิกจ้างที่เป็นธรรมหรือไม่นั้น พิจารณาจากเหตุแห่งการเลิกจ้างเป็นสำคัญ แม้การบอกกล่าวล่วงหน้าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่หากนายจ้างได้จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่ลูกจ้างแล้ว ลูกจ้างจะไม่มีสิทธิเรียกร้องสินจ้างดังกล่าวอีก

ย่อคำพิพากษา

การเลิกจ้างจะเป็นธรรมหรือไม่ มิใช่อยู่ที่วิธีการบอกกล่าวเลิกจ้าง ถ้านายจ้างเลิกจ้างโดยมีเหตุเพียงพอแล้ว แม้วิธีการบอกกล่าวเลิกจ้างจะมิชอบ ก็หาทำให้กลายเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมไม่ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ มิได้บอกกล่าวล่วงหน้า แต่ได้จ่ายค่าจ้างเพิ่มให้อีก 1 เดือน เงินจำนวนนี้ เป็นเงินที่จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์เมื่อเลิกจ้างและโจทก์ไม่ได้ทำงาน กับจำเลยแล้วจึงไม่ใช่ค่าจ้าง ถือได้ว่าการจ่ายเงินดังกล่าวเป็นการ จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า แม้จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ก่อนถึงกำหนดจ่ายค่าจ้าง 13 วัน แต่โจทก์มีคำขอให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้าง 1 เดือน และโจทก์ได้รับเงินจำนวนนี้ไปแล้ว จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.582 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าเสียหายและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นลูกจ้างชั่วคราว เมื่องานหมดโครงการจำเลยไม่ได้จ้างโจทก์ต่อไป โจทก์ไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้อง และไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินใด ๆ จากจำเลย ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า การเลิกจ้างจะเป็นธรรมหรือไม่ มิใช่อยู่ที่วิธีการบอกกล่าว เพราะถ้านายจ้างเลิกจ้างโดยมีเหตุเพียงพอดังศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยแล้ว แม้วิธีการบอกกล่าวเลิกจ้างจะมิชอบก็หาทำให้การเลิกจ้างทั้งที่มีเหตุเพียงพอแล้วนั้นกลายเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมไม่ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์นั้นจำเลยมิได้บอกกล่าวให้โจทก์ทราบล่วงหน้าโดยจำเลยได้จ่ายเงินให้แก่โจทก์รับไปแล้วรวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๑๕,๔๐๘ บาท ซึ่งตามหลักฐานการจ่ายเงินดังกล่าวรายการสุดท้ายระบุว่า ให้เงินเดือนเพิ่มไปอีก ๑ เดือนหลังเลิกจ้างเป็นเงิน ๙,๕๔๙ บาท เงินจำนวนนี้เป็นเงินที่จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์เมื่อเลิกจ้างและโจทก์มิได้ทำงานให้กับจำเลยแล้ว ย่อมมิใช่ค่าจ้าง จึงถือได้ว่าการจ่ายเงินดังกล่าวเป็นการจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์แล้วแม้จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๓๐ ก่อนถึงกำหนดการจ่ายค่าจ้างเมื่อสิ้นเดือนเป็นการจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าที่ไม่ครบจำนวนจึงยังขาดอยู่ ๑๓ วัน แต่เมื่อโจทก์มีคำขอให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน ๙,๕๔๙ บาท และโจทก์ได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน ๙,๕๔๙ บาท ไปตามที่โจทก์ขอแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินจำนวนนี้จากจำเลยอีก พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5678/2530 นายสงวน ซ่อนกลิ่น โจทก์ กรมวิเทศสหการ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสงวน ซ่อนกลิ่น · จำเลย - กรมวิเทศสหการ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำนง นิยมวิภาต · จุนท์ จันทรวงศ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายธวัช สุทธิสมบูรณ์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2548ฎีกา 6877/2544ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 144/2535ฎีกา 5396/2540ฎีกา 1221/2549ฎีกา 1013/2533ฎีกา 1961/2543ฎีกา 654/2536ฎีกา 7044/2537ฎีกา 859/2527ฎีกา 6252/2540ฎีกา 1850/2547ฎีกา 584/2536ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 14399-14401/2553ฎีกา 15617/2558ฎีกา 2411-2415/2529ฎีกา 3041/2531ฎีกา 1352/2542ฎีกา 3820/2528ฎีกา 3493-3494/2531ฎีกา 3365/2533ฎีกา 2157/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา