คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 606/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาถึงที่สุดว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระต่อ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมไม่มีสิทธิอายัดเงินดังกล่าวได้ แม้จะมีมติที่ประชุมเจ้าหนี้ก็ไม่มีผลให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
เงินที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ป. ในคดีล้มละลายร้องขออายัดในคดีนี้ ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ป. ซึ่งเป็นจำเลยร่วมในคดีนี้ด้วยไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระต่อ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ดังนั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของ บริษัท ป. ไม่ว่าในฐานะใดย่อมไม่มีสิทธิที่จะอายัด เงินดังกล่าวได้ และมติของที่ประชุมเจ้าหนี้ในคดีล้มละลาย ดังกล่าวก็ไม่มีผลให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจที่จะ อายัดเงินจำนวนดังกล่าวได้
กรณีที่ศาลชั้นต้นให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินให้โจทก์รับไป คือไม่อายัดให้ตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ขออายัดไว้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ไม่ใช่กรณีที่โจทก์จะต้องไปขอเพิกถอนคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 146
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.19 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.22 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.25 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.31 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.146 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
กรณีสืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันใช้หรือคืนเงินค่าเช่าจำนวนหนึ่งแก่โจทก์ โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นบังคับคดีและขอรับเงินที่จำเลยร่วมนำมาวางต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จ่ายเงินให้โจทก์รับไปได้ เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ป. ในคดีล้มละลายอีกคดีหนึ่งได้ขออายัดเงินทั้งหมดไว้
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยร่วมหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งถูกผูกมัดตามคำพิพากษาในฐานะเป็นคู่ความในคดีนี้ไม่มีสิทธิอายัดเงินจำนวนนี้ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินแก่โจทก์
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกาว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อายัดเงินในคดีนี้ในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ป. ในคดีล้มละลาย มิใช่ในฐานะจำเลยร่วม และโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติล้มละลายและตามมติของที่ประชุมเจ้าหนี้ ทั้งโจทก์ชอบที่จะไปร้องขอให้ศาลในคดีล้มละลายเพิกถอนคำสั่งอายัดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 146
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยร่วมที่ศาลเรียกเข้ามาในคดีนี้คือ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ป. ในคดีล้มละลายนั่นเองจึงเป็นบุคคลคนเดียวกันเงินที่มีการร้องขออายัดนี้ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งเป็นจำเลยร่วมไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จำเลยร่วมต้องคืนเงินค่าเช่าที่เรียกไว้โดยไม่มีสิทธิแก่โจทก์ ดังนั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ป. ไม่ว่าในฐานะใดย่อมไม่มีสิทธิที่จะอายัดเงินค่าเช่าดังกล่าวได้ และมติที่ประชุมเจ้าหนี้ในคดีล้มละลายดังกล่าวก็ไม่มีผลให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจที่จะอายัดเงินจำนวนดังกล่าวได้ กรณีนี้เป็นเรื่องศาลชั้นต้นยืนยันให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินค่าเช่าให้โจทก์รับไป คือไม่อายัดให้ตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ป.ได้อายัดไว้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี จึงไม่ใช่กรณีที่โจทก์จะต้องไปขอเพิกถอนคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ป. ในคดีล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 146
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 606/2524
บริษัทรชะเตช จำกัด โจทก์
บริษัทเฮงเคลไทย จำกัด จำเลย
จำเลยร่วม จำเลย
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ของบริษัทป๊อปผลิตภัณฑ์นม จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทรชะเตช จำกัด · จำเลย - บริษัทเฮงเคลไทย จำกัด · จำเลย - จำเลยร่วม · จำเลย - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ของบริษัทป๊อปผลิตภัณฑ์นม จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จังหวัด แสงแข · อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา