คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้เอาประกันภัยได้ชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์ครบถ้วนแล้ว กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ย่อมโอนไปยังผู้เช่าซื้อ และเมื่อผู้รับประกันภัยได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เช่าซื้อแล้ว ผู้รับประกันภัยย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เช่าซื้อที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำละเมิดได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์รับประกันภัยรถยนต์ซึ่ง ส. ได้ให้ ก. เช่าซื้อไว้ แม้สัญญาประกันภัยจะได้กระทำในนาม ส. ผู้เอาประกันก็ตาม แต่ ก. ได้ชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้วก่อนสัญญาประกันภัยสิ้นสุดลงกรรมสิทธิ์ในรถยนต์จึงโอนจาก ส.ไปเป็นของ ก. แล้ว เมื่อรถยนต์หายไปเพราะการกระทำของจำเลย และโจทก์ยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ ก. จึงเป็นการยอมรับว่าสิทธิอันมีอยู่ตามสัญญาประกันภัยได้โอนไปยัง ก.แล้ว โจทก์ย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของ ก. ผู้เอาประกันภัยที่จะฟ้องจำเลยให้รับผิดได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับประกันภัยรถยนต์ของนางกิมกี่ไว้ นางกิมกี่เช่าซื้อรถยนต์คันนี้มาจากห้างหุ้นส่วนจำกัดแสงฟ้า นางกิมกี่นำรถยนต์ไปล้างอัดฉีดที่ปั๊มน้ำมันของจำเลย แล้วรถยนต์หายไปในระหว่างที่อยู่ในความครอบครองของจำเลย โจทก์ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยจึงรับช่วงสิทธิไล่เบี้ยเอาค่าเสียหายจากจำเลย ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์
จำเลยให้การว่า ตามกรมธรรม์ประกันภัยมีชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดแสงฟ้าเป็นผู้เอาประกันภัย นางกิมกี่ไม่ใช่เจ้าของรถ ไม่มีสิทธิเอาประกันภัยไว้แก่โจทก์ จำเลยไม่เคยทำรถยนต์คันนี้หาย โจทก์ไม่มีหน้าที่จะจ่ายเงินให้นางกิมกี่ซึ่งไม่ใช่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ ถึงแม้จ่ายไปจริงก็ถือไม่ได้ว่าจ่ายให้แก่ผู้เอาประกันภัย จึงไม่ก่อให้เกิดการรับช่วงสิทธิที่จะไล่เบี้ยเอาจากจำเลย ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่านางกิมกี่ไม่ใช่ผู้เอาประกันภัย โจทก์ไม่มีหน้าที่ใช้เงินค่าสินไหมทดแทนให้นางกิมกี่เพราะไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกันโจทก์ไม่อาจเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยที่จะฟ้องจำเลยทั้งสองให้รับผิดได้นั้น เห็นว่าแม้สัญญาประกันภัยรถยนต์คันพิพาทจะได้กระทำในนามห้างหุ้นส่วนจำกัดแสงฟ้าก็ตามแต่นางกิมกี่เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์คันนี้และได้ชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้วก่อนที่สัญญาประกันภัยสิ้นสุดลง กรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันพิพาทจึงโอนจากห้างหุ้นส่วนจำกัดแสงฟ้า ผู้เอาประกันภัยมาเป็นของนางกิมกี่ตามสัญญาเช่าซื้อแล้ว และการที่โจทก์ผู้รับประกันภัยยอมตกลงชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้นางกิมกี่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเช่นนี้ จึงเป็นการที่โจทก์ยอมรับว่าสิทธิอันมีอยู่ตามสัญญาประกันภัยนั้นได้โอนตามไปยังนางกิมกี่ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์คันที่เอาประกันภัยนั้นแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 875 วรรคสอง และเมื่อรถหายเพราะการกระทำของจำเลย โจทก์ผู้รับประกันภัยได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้นางกิมกี่ไปแล้ว โจทก์ย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของนางกิมกี่ผู้เอาประกันภัยที่จะฟ้องจำเลยให้รับผิดได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2524
บริษัทสินสวัสดิ์ประกันภัย จำกัด โจทก์
ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลพรานนกเซอร์วิส กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทสินสวัสดิ์ประกันภัย จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลพรานนกเซอร์วิส กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เพียร ศรีอรุณ · ประสม ศรีเจริญ · สง่า อำพันแสง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา