คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2525
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นกรรมการอำนวยการงานฤดูหนาวและกาชาดได้กล่าวต่อจำเลยที่ 2 ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้นำไปลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ว่าสงสัยว่าผู้เสียหาย ซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกแผนผังและก่อสร้างกับพวกจะร่วมกันทุจริตเงินก่อสร้างนั้น เป็นเพราะมีพฤติการณ์ให้เข้าใจว่าผู้เสียหายกับพวกได้ก่อสร้างสิ่งก่อสร้างแพงกว่าความเป็นจริงส่อไปในทางทุจริต งานนี้เป็นงานกุศลสาธารณประโยชน์ ประชาชนทั่วไปมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องและจำเลยที่ 1 มีส่วนรับผิดชอบในฐานะเป็นกรรมการอำนวยการ จึงถือได้ว่าจำเลยทั้งสามกระทำโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม และติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ จึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นกรรมการอำนวยการงานฤดูหนาวและกาชาด ได้หมิ่นประมาทใส่ความร้อยตรีพิเชษฎ์ ซึ่งเป็นกรรมการอำนวยการและหัวหน้าคณะกรรมการแผนกแผนผังและก่อสร้างต่อจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ โดยประการที่น่าจะทำให้ร้อยตรีพิเชษฎ์เสียชื่อเสียงหรือถูกดูหมิ่นเกลียดชัง โดยกล่าวว่า สิ่งก่อสร้างในงานมิใช่ของที่ต้องเสียค่าก่อสร้างสูงดังงบประมาณที่ตั้งไว้ สงสัยว่าร้อยตรีพิเชษฎ์กับกรรมการคนอื่น ๆ เบียดบังเอาเงินงบประมาณส่วนหนึ่งไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวและจำเลยที่ ๒ กับจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นเจ้าของ บรรณาธิการ ผู้พิมพ์ และผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์ ร่วมกันหมิ่นประมาทใส่ความร้อยตรีพิเชษฎ์ด้วยการโฆษณาด้วยเอกสารในหนังสือพิมพ์ตามใจความข้างต้น ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘, ๙๑, ๘๓พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔, ๕
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ และต่อสู้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเพื่อความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม และติชมด้วยความเป็นธรรม
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยกล่าวข้อความตามฟ้องจริง แต่เป็นการกระทำโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยที่จะพึงกระทำได้ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยมิได้กระทำโดยสุจริต และมิได้ติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยที่จะพึงกระทำได้ พิพากษากลับว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ จำคุก ๒ เดือน จำเลยที่ ๒และจำเลยที่ ๓ มีความผิดตามมาตรา ๓๒๘ จำคุกคนละ ๔ เดือน
จำเลยทั้งสามฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า งานฤดูหนาวและงานกาชาดอันเป็นงานเพื่อการกุศลและสาธารณประโยชน์ มีร้อยตรีพิเชษฎ์ ผู้เสียหาย เป็นหัวหน้าแผนกแผนผังและก่อสร้าง ได้ก่อสร้างสิ่งก่อสร้างหลายอย่างในงานไม่สมกับราคาที่กำหนดไว้ในงบประมาณ ส่อว่าได้ก่อสร้างในราคาแพงกว่าความเป็นจริง จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นกรรมการอำนวยการคนหนึ่งในงานนี้ได้กล่าวต่อจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ว่า สงสัยผู้เสียหายกับพวกซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่แผนกแผนผังและก่อสร้างจะร่วมกันทุจริตเงินก่อสร้างรายนี้ จำเลยที่ ๒ กับจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นเจ้าของ บรรณาธิการ ผู้พิมพ์และผู้โฆษณา ได้ร่วมกันนำข้อความนั้นลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์
การที่จำเลยที่ ๑ กล่าวข้อความข้างต้นและจำเลยที่ ๒ กับจำเลยที่ ๓ ร่วมกันนำไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์นั้น เพราะมีพฤติการณ์ให้เข้าใจว่าผู้เสียหายกับพวกได้ก่อสร้างสิ่งก่อสร้างของงานฤดูหนาวและกาชาดแพงกว่าความเป็นจริง อันเป็นการส่อไปในทางทุจริต งานนี้เป็นงานกุศลสาธารณประโยชน์ ประชาชนทั่วไปจึงมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะจำเลยที่ ๑ มีส่วนรับผิดชอบในฐานะเป็นกรรมการอำนวยการด้วย การที่จำเลยทั้งสามกระทำการดังกล่าวจึงถือได้ว่ากระทำโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรมป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม และติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙(๑), (๓) จำเลยทั้งสามไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2525
พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน โจทก์
นายสุวิทย์ แสนไชย กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน · จำเลย - นายสุวิทย์ แสนไชย กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธาดา วัชรานันท์ · ทวี กสิยพงศ์ · พินิจ สังขนันท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลำพูน - ม.ล. ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัส มุ่งศิลป์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา