คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1320/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากมีภยันตรายอันเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง จำเลยจำต้องกระทำการเพื่อปัดป้องภยันตรายนั้น และการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ
ย่อคำพิพากษา
ป.และผู้ตายเดินกระแทกไหล่จำเลย จำเลยต่อว่าจึงเกิดชกกันขึ้น มีผู้ห้ามจนเลิกกันไปแล้วผู้ตายเอาปืนจี้เพื่อนจำเลยจะไปส่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อ้างว่าเพื่อนจำเลยยิงปืนจำเลยจึงไปขอให้พี่สาวจำเลยมาช่วยเจรจา ป. ไม่ยอมและชกจำเลย ช. กับ ก. เข้าช่วย ป. จำเลยล้มลงจึงใช้ไม้ตี ช. 1 ที แล้วจำเลยเห็นผู้ตายถือปืนเล็งมาทางจำเลย จำเลยจึงวิ่งหนีผู้ตายวิ่งไล่ตามและยิงจำเลย จำเลยรู้สึกเจ็บที่เท้าซ้ายและน่องซ้ายล้มลง หันไปดูเห็นผู้ตายยืนอยู่ห่างจำเลย 2 วา ถือปืนจ้องมาทางจำเลย จำเลยจึงยิงผู้ตาย 1 นัดถูกผู้ตายถึงแก่ความตายดังนี้ นับว่าเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง จำเลยจึงมีสิทธิป้องกันชีวิตของตน การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกได้ร่วมกันมีอาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน ๓ กระบอกกับกระสุนปืน ๓ นัด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและได้ร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวไปในหมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมครแก่พฤติการณ์ ใช้อาวุธปืนยิงโดยใช่เหตุในหมู่บ้าน ๑ นัด ใช้ไม้ท่อนเป็นอาวุธตีนายเชื่อม ๑ ที เป็นเหตุให้นายเชื่อมได้รับอันตรายแก่กาย และได้ใช้อาวุธปืนยิงนายถาวรถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑, ๒๘๘, ๒๙๕, ๓๗๑, ๓๗๖ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้าน ทางสาธารณะ ฐานทำร้ายผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย และฐานฆ่าผู้อื่น
จำเลยอุทธรณ์
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในขณะเสียงปืนดังขึ้น ๒ นัดนั้น ไม่มีพยานโจทก์ผู้ใดเห็นว่าใครยิงใครก่อน เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์ที่ผู้ตายวิ่งไล่จำเลยประกอบกับบาดแผลของจำเลยที่ถูกยิงแล้ว น่าเชื่อตามคำเบิกความของจำเลยว่า เมื่อจำเลยวิ่งหนีผู้ตายมาถึงถนน ก็มีเสียงปืนดังมาทางด้านหลัง๑ นัด จำเลยรู้สึกเจ็บที่น่องซ้ายและเท้าซ้ายล้มลงแล้วหันไปดู เห็นผู้ตายยืนอยู่ห่างจำเลย ๒ วา ถือปืนจ้องมาทางจำเลย จำเลยจึงยิงไปที่ผู้ตาย๑ นัด ทั้งฎีกาโจทก์เองก็รับว่าผู้ตายเป็นฝ่ายยิงจำเลยก่อน เพียงแต่โต้แย้งว่าผู้ตายยิงเพื่อจับจำเลยเท่านั้น แต่ข้อโต้แย้งของโจทก์ดังกล่าวฟังไม่ขึ้น เพราะไม่มีพฤติการณ์ใดที่พอจะแสดงให้เห็นว่าผู้ตายยิงจำเลยโดยเจตนาเช่นนั้น ตรงกันข้ามได้ความว่าผู้ตายมากับนายเชื่อม เมื่อจำเลยตีศีรษะนายเชื่อมแล้ววิ่งหนีไป ผู้ตายก็วิ่งไล่ตามจำเลยไปแล้วใช้ปืนยิงจำเลยเห็นได้ว่ายิงเพราะโกรธที่จำเลยตีศีรษะนายเชื่อมพวกของผู้ตาย หาใช่ยิงเพื่อเจตนาจับกุมจำเลยไม่ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุจะอ้างว่าป้องกันตัวไม่ได้นั้น ก็เห็นว่านายประสิทธิ์ ผู้ตาย เดินกระแทกไหล่จำเลย จำเลยต่อว่าจึงเกิดชกต่อยกันขึ้น มีผู้เข้าห้ามจนเลิกกันไปแล้วผู้ตายเอาปืนจี้นายแสวง จำเลยจึงได้ไปขอให้นายรัตน์พี่สาวจำเลยช่วยเจรจา แต่นายประดิษฐ์ไม่ยอมและชกจำเลย นายเชื่อมกับนายเกษมเข้าช่วยนายประสิทธิ์ จำเลยล้มลงจึงใช้ไม้ตีนายเชื่อม ๑ ที จำเลยเห็นผู้ตายถือปืนเล็งมาทางจำเลย จำเลยจึงวิ่งหนี ผู้ตายวิ่งไล่ตามและยิงจำเลยนับว่าเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง และเหตุการณ์ครั้งใหม่นี้จำเลยไม่ใช่เป็นผู้ก่อจำเลยจึงมีสิทธิป้องกันชีวิตของตนและเป็นการกระทำเพื่อป้องกันพอสมควรแก่เหตุ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1320/2525
พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลก โจทก์
นายบุญช่วย บุญอินทร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลก · จำเลย - นายบุญช่วย บุญอินทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสมา รัตนมาลัย · สุนทร วรรณแสง · ประมุข สวัสดิ์มงคล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นายดุสิต สิทธิฤทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเผอิญ สถานสถิตย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา