คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเลิกจ้างลูกจ้างเพราะเหตุฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน นายจ้างต้องมีหนังสือตักเตือนลูกจ้างก่อน เว้นแต่การกระทำนั้นเป็นกรณีร้ายแรง หรือข้อบังคับระบุว่าเป็นความผิดร้ายแรง. การกระทำของลูกจ้างที่ยังไม่เป็นความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง ไม่เข้าข้อยกเว้นที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย.
ย่อคำพิพากษา
แม้การที่โจทก์ดื่มสุราในหอพักจะถือว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานก็ตาม แต่การฝ่าฝืนนั้นนายจ้างจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้ก็ต่อเมื่อได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงก็ไม่จำต้องตักเตือน ดังนั้น เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุดังกล่าวโดยไม่เคยมีหนังสือตักเตือนโจทก์ จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์เพราะการดื่มสุราส่งเสียงดังไม่ใช่กรณีที่ร้ายแรง ทั้งข้อบังคับก็ไม่ได้ระบุไว้ว่าเป็นความผิดร้ายแรงด้วย
ส่วนการที่โจทก์ไปพูดขอยืมปืนจากยามเพื่อจะไปยิงน้องชายจำเลยซึ่งเป็นนายจ้าง การกระทำของโจทก์ก็ยังไม่เป็นความผิด ไม่เข้าเกณฑ์การกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง ไม่เข้าข้อยกเว้นที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยอีกเช่นกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.47
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์ประพฤติตนไม่เรียบร้อยซึ่งไม่เป็นความจริง จำเลยไม่จ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ ขอให้บังคับจำเลย จ่ายค่าชดเชย
จำเลยให้การว่า โจทก์จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ส่งเสริมยุยงให้คนงานต่อต้านนายจ้างโจทก์ดื่มสุราในหอพักเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ หยุดงานบ่อย จำเลยเคยตักเตือนแล้วโจทก์จะทำร้ายนายจ้างให้ถึงแก่ชีวิต ก่อความไม่สงบในโรงงานเป็นการผิดระเบียบข้อบังคับ
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโรงงานจำเลย ข้อ ๖.๑๑ มีความว่า "ลูกจ้างต้องไม่เสพสิ่งมึนเมา...ในบริเวณที่ทำงาน หรือในโรงงาน หรือหอพักที่นายจ้างจัดหาให้" การที่โจทก์ดื่มสุราในหอพัก ย่อมถือว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานดังกล่าว การฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๗(๓) ที่นายจ้างจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ก็ต่อเมื่อนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงนายจ้างไม่จำต้องตักเตือน สำหรับโจทก์คดีนี้ จำเลยไม่เคยมีหนังสือเตือน ทั้งการดื่มสุราส่งเสียงดังก็ไม่ใช่กรณีที่ร้ายแรง และข้อบังคับก็ไม่ได้ระบุไว้เป็นความผิดร้ายแรง ฉะนั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่ต้องด้วยข้อ ๔๗(๓) แห่งกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จำเลยไม่มีสิทธิที่จะไม่จ่ายค่าชดเชยให้โจทก์
แม้จะฟังได้ดังจำเลยนำสืบว่า โจทก์ไปพูดขอยืมปืนจากยามเพื่อจะไปยิงน้องชายจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างก็ตาม การกระทำของโจทก์ก็ยังไม่เป็นความผิดไม่เข้าเกณฑ์การกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง ไม่เข้าข้อยกเว้นที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามข้อ ๔๗ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14/2525
นายคำฟอง ศรีดี โจทก์
นายภิญโญ คณะคุณทัศน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายคำฟอง ศรีดี · จำเลย - นายภิญโญ คณะคุณทัศน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ขจร หะวานนท์ · ธาดา วัชรานันท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายรุทธ์ ถนอมกุล · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา