⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1416/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานที่กำหนดโทษถึงขั้นให้ออกหรือไล่ออก ถือเป็นกรณีร้ายแรง นายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ย่อคำพิพากษา

ระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกำหนดโทษฐานดื่มสุราใน ขณะปฏิบัติหน้าที่ของยามไว้ให้มีโทษถึงให้ออกหรือไล่ออก อันเป็นโทษสูงสุด แสดงว่าจำเลยประสงค์ให้การฝ่าฝืนระเบียบข้อนี้เป็นกรณีที่ร้ายแรง ทั้งผู้ว่าจ้างบริษัทจำเลยให้รักษาความปลอดภัยก็ประสงค์ให้ยามปราศจากการมึนเมาอย่างแท้จริง จึงกำหนดไว้ในสัญญาว่ายามที่ปฏิบัติหน้าที่จะต้องงดเว้นการดื่มสุราหรือเสพของมึนเมา 4 ชั่วโมง ก่อนถึงเวลาปฏิบัติหน้าที่ ดังนี้ การที่โจทก์ทั้งสองดื่มสุราในเวลาปฏิบัติหน้าที่ซึ่งอาจทำให้ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาดหรือบกพร่องได้โดยง่าย เพราะขาดสติสัมปชัญญะ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก ทั้งแก่บริษัทจำเลยผู้เป็นนายจ้างของโจทก์ และแก่ผู้ที่ว่าจ้างบริษัทจำเลยให้รักษาความปลอดภัยให้ จึงเป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.47

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างประจำทำหน้าที่เป็นยามประจำสถานีโทรทัศน์สีช่อง ๓ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยมิได้มีความผิด และไม่คืนเงินประกันกับไม่จ่ายค่าชดเชยให้ ขอให้พิพากษาให้จำเลยคืนเงินประกันคนละ ๕๐๐ บาท และจ่ายค่าชดเชยคนละ ๑,๘๓๐ บาทแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสองเมาสุราในขณะปฏิบัติหน้าที่และใช้ให้บุคคลอื่นปฏิบัติหน้าที่แทน สำหรับเงินประกันคนละ ๕๐๐ บาท เป็นเงินค่านายหน้าหรือเงินกินเปล่าที่รับโจทก์ทั้งสองเข้าทำงาน จึงไม่ต้องคืน ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์คนละ ๑,๘๓๐ บาท และคืนเงินประกันให้โจทก์คนละ ๕๐๐ บาท ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้าง ทำความเห็นแย้งว่า จำเลยไม่ควรต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นยามรักษาความปลอดภัย ดื่มสุราในเวลาปฏิบัติหน้าที่ อาจทำให้ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาดหรือบกพร่องได้โดยง่าย เพราะขาดสติสัมปชัญญะ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก ทั้งแก่บริษัทจำเลยผู้เป็นนายจ้างของโจทก์และแก่ผู้ที่ว่าจ้างบริษัทจำเลยให้รักษาความปลอดภัยให้ ระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกำหนดโทษฐานดื่มสุราในขณะปฏิบัติหน้าที่ของยามไว้ให้มีโทษถึงให้ออกหรือไล่ออก อันเป็นโทษขั้นสูงสุด แสดงว่าจำเลยประสงค์ให้การฝ่าฝืนระเบียบข้อนี้เป็นกรณีที่ร้ายแรงทั้งสถานีโทรทัศน์สีช่อง ๓ ผู้ว่าจ้างบริษัทจำเลยให้รักษาความปลอดภัยก็ประสงค์ให้ยามปราศจากการมึนเมาอย่างแท้จริง จึงกำหนดไว้ในสัญญาว่ายามที่ปฏิบัติหน้าที่จะต้องงดเว้นการดื่มสุราหรือเสพของมึนเมา ๔ ชั่วโมงก่อนถึงเวลาปฏิบัติหน้าที่ดังนี้ การที่โจทก์ทั้งสองดื่มสุราในเวลาปฏิบัติหน้าที่จึงเป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีที่ร้ายแรง จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๔๗(๓) ส่วนเงินประกันนั้นศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าเงินประกันนี้จำเลยจะคืนให้เมื่อโจทก์ออกจากงาน ฉะนั้น เมื่อโจทก์ออกจากงานจำเลยจึงต้องคืนเงินประกันให้โจทก์ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสองนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2525 นายสมชาย พึ่งสุข กับพวก โจทก์ บริษัท ท. พิทักษ์ภัย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมชาย พึ่งสุข กับพวก · จำเลย - บริษัท ท. พิทักษ์ภัย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ขจร หะวานนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายศุภนิติ กิจวรรัตน์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3371/2527ฎีกา 3591/2529ฎีกา 674/2526ฎีกา 2599/2541ฎีกา 2542/2533ฎีกา 3070/2529ฎีกา 4921/2532ฎีกา 3431/2542ฎีกา 2411-2415/2529ฎีกา 97-98/2529ฎีกา 2257/2543ฎีกา 3117/2543ฎีกา 1352/2542ฎีกา 3908/2524ฎีกา 3852/2535ฎีกา 3903/2524ฎีกา 4042/2542ฎีกา 2030/2528ฎีกา 3199/2525ฎีกา 295/2541ฎีกา 3026/2538ฎีกา 2746/2531ฎีกา 116/2543ฎีกา 4490/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา