⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2106/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2106/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ทำให้สิทธิหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานที่มีอยู่เดิมเสียไป และไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง ถือเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 20 และใช้บังคับไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

การบรรจุ แต่งตั้งและการเลื่อนตำแหน่งพนักงานรัฐวิสาหกิจ ย่อมมุ่งหมายให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนที่แน่นอนชัดเจนเมื่อข้อบังคับการสื่อสารแห่งประเทศไทยกำหนดให้การขึ้นบัญชีและการยกเลิกบัญชีผู้สอบคัดเลือกเป็นไปตามที่ผู้ว่าการกำหนด และผู้ว่าการได้วางระเบียบไว้แล้วว่าบัญชีผู้สอบคัดเลือกได้ให้ใช้ได้จนกว่าจะมีการสอบคัดเลือกใหม่และประกาศผลแล้ว ดังนั้น การยกเลิกบัญชีผู้สอบคัดเลือกได้ทุกคราวต้องเป็นไปตามระเบียบที่วางไว้ ย่อมไม่ใช่ความมุ่งหมายของข้อบังคับและระเบียบดังกล่าวที่จะให้ผู้ว่าการมากำหนดวิธียกเลิกบัญชีเฉพาะการสอบคราวใดคราวหนึ่งให้ผิดแผกไปจากระเบียบที่วางไว้และยังใช้บังคับอยู่ ฉะนั้นผู้ว่าการจึงไม่มีอำนาจที่จะกำหนดว่าบัญชีผลการสอบคัดเลือกครั้งพิพาทใช้ได้มีกำหนด 2 ปีนับแต่วันประกาศผลการสอบคัดเลือก ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ฯ และข้อบังคับที่เกิดขึ้นจากการแจ้งข้อเรียกร้องต่างก็เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามมาตรา 20 แห่งกฎหมายดังกล่าว การเปลี่ยนแปลงสิทธิหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานที่มีอยู่เดิมย่อมเป็นการทำสัญญาจ้างแรงงานตามบทบัญญัตินี้ด้วย เมื่อความผูกพันตามสัญญาจ้างแรงงานที่มีอยู่เดิมผลการสอบคัดเลือกให้ใช้ได้จนกว่าจะมีการสอบใหม่และประกาศผลแล้ว แต่ข้อกำหนดที่ออกภายหลังตามประกาศผลการสอบคัดเลือกครั้งพิพาทระบุว่าผลการสอบใช้ได้เพียง2 ปีจึงไม่เป็นคุณแก่โจทก์ผู้เป็นลูกจ้าง เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ฯ มาตรา 20 จึงใช้บังคับไม่ได้ชอบที่ศาลจะเพิกถอนเสียตามที่โจทก์ขอ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.5 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.10 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.20

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำตำแหน่งนิติกรระดับ ๕ เดิมจำเลยออกระเบียบฉบับที่ ๒๔/๒๕๒๐ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การเลื่อนพนักงานให้ดำรงตำแหน่งให้สูงขึ้นว่าบัญชีผู้สอบคัดเลือกได้ให้ใช้จนกว่าจะมีการสอบคัดเลือกอย่างเดียวกันนั้นอีก และได้ประกาศผลการสอบครั้งใหม่แล้ว ต่อมาเมื่อโจทก์สอบคัดเลือกเป็นนิติกรระดับ ๖ ได้ จำเลยกลับออกประกาศใหม่ในท้ายผลการสอบคัดเลือกว่า บัญชีผลการสอบคัดเลือกให้ใช้ได้มีกำหนด ๒ ปี นับแต่วันประกาศผลการสอบเป็นต้นไป ทำให้โจทก์หมดโอกาสที่จะได้รับบรรจุเป็นนิติกรระดับ ๖ และเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบเดิมโดยขัดต่อมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ ขอให้ศาลเพิกถอนประกาศหรือระเบียบฉบับหลัง และให้จำเลยแต่งตั้งโจทก์ดำรงค์ตำแหน่งนิติกรระดับ ๖ จำเลยให้การว่า ระเบียบฉบับที่ ๒๔/๒๕๒๐ เป็นระเบียบทั่ว ๆ ไป ผู้ว่าการจำเลยมีอำนาจตามข้อบังคับการสื่อสารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๓ ว่าด้วยการบรรจุ แต่งตั้งฯพ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งออกตามความในมาตรา ๑๓ และมาตรา ๒๙(๕) แห่งพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทยฯ ที่จะออกคำสั่งเป็นอย่างอื่นได้ การเลื่อนตำแหน่งไม่อยู่ในความหมายของ "สภาพการจ้าง" ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา ๕และขณะยื่นคำให้การกองนิติการของจำเลยไม่มีตำแหน่งนิติกรระดับ ๖ ว่างจึงไม่สามารถเลื่อนตำแหน่งโจทก์ได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ การบรรจุแต่งตั้งและเลื่อนตำแหน่งพนักงานย่อมมุ่งหมายให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนที่แน่นอนชัดเจน เมื่อข้อบังคับการสื่อสารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๓ ข้อ ๑๘ วรรคสาม กำหนดให้การขึ้นบัญชีและการยกเลิกบัญชีผู้สอบคัดเลือกเป็นไปตามที่ผู้ว่าการกำหนด และผู้ว่าการการสื่อสารแห่งประเทศไทยได้อาศัยข้อบังคับดังกล่าววางระเบียบการสื่อสารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๒๔/๒๕๒๐ ไว้แล้วว่า บัญชีผู้สอบคัดเลือกได้ให้ใช้ได้จนกว่าจะมีการสอบคัดเลือกอย่างเดียวกันนั้นอีก และได้ประกาศผลการสอบคัดเลือกในตำแหน่งใหม่นั้นแล้ว ดังนี้การยกเลิกบัญชีผู้สอบคัดเลือกในการสอบทุกคราวก็ต้องเป็นไปตามระเบียบที่วางไว้ ย่อมมิใช่ความมุ่งหมายของข้อบังคับและระเบียบดังกล่าวที่จะให้ผู้ว่าการของจำเลยอาศัยอำนาจตามข้อบังคับการสื่อสารแห่งประเทศไทยฉบับที่ ๓ มากำหนดวิธียกเลิกบัญชีเฉพาะการสอบคัดเลือกคราวใดคราวหนึ่งให้ผิดแผกไปจากระเบียบที่วางไว้แล้วและยังใช้บังคับอยู่อีก ฉะนั้นการที่ผู้ว่าการการสื่อสารแห่งประเทศไทยได้ประกาศผลการสอบคัดเลือก ฉบับลงวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๒๑ แล้วกำหนดว่า บัญชีผลการสอบคัดเลือกครั้งนี้ให้ใช้ได้มีกำหนด ๒ ปีนับแต่วันประกาศผลการสอบคัดเลือก ข้อกำหนดนั้นจึงเป็นการฝ่าฝืนระเบียบการสื่อสารแห่งประเทศไทยฉบับที่ ๒๔/๒๕๒๐ และไม่มีอำนาจที่จะกำหนดได้ ส่วนปัญหาที่ว่าข้อกำหนดตามประกาศผลการสอบคัดเลือกดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒๐ หรือไม่เห็นว่าข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไม่ว่าจะเป็นข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ซึ่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๐ ให้ถือว่าเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง หรือชนิดที่เกิดขึ้นจากการแจ้งข้อเรียกร้อง ก็เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามมาตรา ๒๐ อันนายจ้างต้องห้ามมิให้ทำสัญญาจ้างแรงงานกับลูกจ้างขัดหรือแย้งกับข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้น เว้นแต่จะเป็นคุณแก่ลูกจ้างยิ่งกว่าเช่นเดียวกัน และการเปลี่ยนแปลงสิทธิหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานที่มีอยู่แต่เดิมย่อมเป็นการทำสัญญาจ้างแรงงานตามบทบัญญัตินี้ด้วย (ดังนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๓๖/๒๕๒๒) เมื่อความผูกพันตามสัญญาจ้างแรงงานที่มีอยู่เดิมตามระเบียบของจำเลยฉบับที่ ๒๔/๒๕๒๐ ผลการสอบคัดเลือกให้ใช้ได้จนกว่าจะมีการสอบคัดเลือกใหม่และประกาศผลการสอบแล้ว แต่ตามข้อกำหนดที่ออกในภายหลังตามประกาศผลการสอบคัดเลือกของจำเลยลงวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๒๑ ผลการสอบคัดเลือกคงใช้ได้เพียง ๒ ปี และปรากฏว่าหากประกาศผลการสอบของจำเลยไม่กำหนดระยะเวลาไว้ ในวันฟ้องคดีนี้โจทก์ก็ยังมีสิทธิเลื่อนเป็นพนักงานช่วยบริหารระดับ ๓หรือนิติกร ๖ ได้ ข้อกำหนดตามประกาศผลการสอบคัดเลือกของจำเลยจึงไม่เป็นคุณแก่โจทก์ เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา ๒๐ จึงใช้บังคับไม่ได้ชอบที่จะเพิกถอนเสียตามที่โจทก์ขอ ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยอย่างไรก็ดี ได้ความว่าอัตรานิติกร ๖ ยังไม่ว่าง จึงไม่อาจบังคับตามคำขอของโจทก์ที่ให้จำเลยแต่งตั้งโจทก์ดำรงตำแหน่งนิติกร ๖ ได้ พิพากษากลับ ให้เพิกถอนข้อกำหนดตามประกาศการสื่อสารแห่งประเทศไทยเรื่องผลการสอบคัดเลือกเพื่อเลื่อนตำแหน่งพนักงานขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งพนักงานช่วยบริหารระดับ ๓ หรือเทียบเท่า สังกัดกองนิติการ ลงวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๒๑เฉพาะข้อความที่ว่า "บัญชีผลการสอบคัดเลือกครั้งนี้ให้ใช้ได้มีกำหนด ๒ ปี นับตั้งแต่วันประกาศผลการสอบคัดเลือกเป็นต้นไป" เสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2106/2525 นายณรงค์ ฤทธิวาจา โจทก์ การสื่อสารแห่งประเทศไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายณรงค์ ฤทธิวาจา · จำเลย - การสื่อสารแห่งประเทศไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ขจร หะวานนท์ · สุรัช รัตนอุดม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายเกษมสันต์ วิลาวรรณ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 16023-16031/2553ฎีกา 5759/2540ฎีกา 7773-7776/2553ฎีกา 2328/2533ฎีกา 9395-9492/2550ฎีกา 768/2533ฎีกา 2790/2525ฎีกา 4777/2549ฎีกา 1873/2530ฎีกา 2004/2527ฎีกา 7337/2549ฎีกา 1810/2566ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 378/2531ฎีกา 4921/2532ฎีกา 2093/2532ฎีกา 5790-5822/2543ฎีกา 3539/2536ฎีกา 5200/2543ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 4369/2530ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 1612/2530ฎีกา 2681-2683/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา