⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2144/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2144/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่กรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของนิติบุคคลบนเช็คเพื่อสลักหลังโอนให้แก่บุคคลภายนอก ถือเป็นการกระทำของนิติบุคคลนั้นเอง หากการกระทำนั้นไม่นอกขอบวัตถุประสงค์ของนิติบุคคล กรรมการผู้กระทำการดังกล่าวไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 เป็นบริษัทจำกัดและเป็นผู้ทรงเช็คที่ได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ 1 ผู้สั่งจ่าย การที่จำเลยที่ 3 ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนจำเลยที่ 2 ได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทลงบนลายมือชื่อสลักหลังเช็คดังกล่าวโอนให้แก่โจทก์ โดยไม่ปรากฏว่าเป็นการกระทำนอกขอบวัตถุที่ประสงค์ของจำเลยที่ 2 นั้น เป็นการแสดงความประสงค์ของนิติบุคคลโดยทางผู้แทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 75 อันอาจกล่าวได้ว่าเป็นการกระทำของจำเลยที่ 2 เอง และเห็นเจตนาได้โดยชัดแจ้งว่ากระทำในนามจำเลยที่ 2 แม้มิได้เขียนแถลงว่ากระทำการแทนจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 ก็หาต้องรับผิดเป็นส่วนตัวไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.901

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คพิพาท ๕ ฉบับ จำนวนเงินทั้งสิ้น ๓๖๒,๕๑๗ บาท ซึ่งจำเลยที่ ๑ เป็นผู้สั่งจ่าย และจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นผู้สลักหลังรับอาวัลเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ แต่เช็คพิพาททุกฉบับธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่าบัญชีปิดแล้ว ขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามเช็คพิพาทพร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ แต่โจทก์ขอถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยที่ ๓ ให้การว่า การลงลายมือชื่อของจำเลยที่ ๓ เป็นการกระทำในกิจการของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๓ จึงไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๒ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๓ ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็คโดยมิได้เขียนแถลงว่ากระทำการแทนบุคคลอื่น แม้จะมีตราสำคัญของจำเลยที่ ๒ ประทับไว้ด้วย อันอาจถือได้ว่าจำเลยที่ ๒ เป็นผู้สลักหลังเช็ค จำเลยที่ ๓ ก็ยังต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๐๑ ประกอบด้วยมาตรา ๘๙๘ พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ร่วมกันชำระเงินตามเช็คพิพาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องเฉพาะตัวจำเลยที่ ๓ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทโดยได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ ๑ ผู้สั่งจ่าย ที่จำเลยที่ ๓ สลักหลังเช็คโอนให้โจทก์นั้นจำเลยที่ ๓ กระทำในฐานะเป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัทจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นนิติบุคคล โดยได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทถูกต้องตามตราสารที่จดทะเบียนไว้ และไม่ปรากฏว่าเป็นการกระทำนอกขอบวัตถุที่ประสงค์ของบริษัทจำเลยที่ ๒ ดังนั้นการกระทำของจำเลยที่ ๓ จึงเป็นการแสดงความประสงค์ของนิติบุคคลโดยทางผู้แทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๕ อันอาจกล่าวได้ว่าเป็นการกระทำของจำเลยที่ ๒ เอง โดยเฉพาะเช็คพิพาททั้งห้าฉบับจำเลยที่ ๓ ได้ลงลายมือชื่อสลักหลังและประทับตราสำคัญของบริษัทจำเลยที่ ๒ ลงบนลายมือชื่อ แสดงให้เห็นเจตนาโดยชัดแจ้งว่ากระทำในนามของจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นนิติบุคคล แม้มิได้เขียนแถลงว่ากระทำการแทนจำเลยที่ ๒ ก็พอเข้าใจได้แล้ว ไม่ทำให้การกระทำในฐานะผู้แทนนิติบุคคลกลับกลายเป็นส่วนตัวจำเลยที่ ๓ จึงหาต้องรับผิดเป็นส่วนตัวไม่ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2144/2525 นายจิระ วัฒนกุลจรัส โจทก์ นายไพบูลย์ ทิมอยู่วงษ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจิระ วัฒนกุลจรัส · จำเลย - นายไพบูลย์ ทิมอยู่วงษ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดิ์ สนองชาติ · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเคียง บุญเพิ่ม · ศาลอุทธรณ์ - นายจุนท์ จันทรวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 105/2525ฎีกา 4822/2533ฎีกา 4790/2533ฎีกา 702/2517ฎีกา 1093/2507ฎีกา 5594/2533ฎีกา 698/2537ฎีกา 787-788/2506ฎีกา 2478/2517ฎีกา 1463-1464/2518ฎีกา 890/2503ฎีกา 351/2525ฎีกา 1758/2542ฎีกา 2159/2542ฎีกา 7255/2539ฎีกา 2752/2536ฎีกา 18343/2556ฎีกา 782/2516ฎีกา 8296/2551ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 170/2547ฎีกา 1162/2515ฎีกา 3329/2550ฎีกา 1121/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา