คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5454/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ระเบียบปฏิบัติภายในของหน่วยงานราชการ ไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกที่ไม่ทราบถึงระเบียบนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้บัญชาการเรือนจำซื้อสินค้าจากโจทก์ไปใช้ในกิจการของเรือนจำแล้วมิได้จัดให้มีการตั้งบัญชีเจ้าหนี้ไว้ตามระเบียบปฏิบัติราชการของกรมราชทัณฑ์จำเลยที่ 2ที่วางไว้เพื่อให้มีผลผูกพันจำเลยที่ 2 นั้น เป็นเพียงระเบียบปฏิบัติภายในของจำเลยที่ 2 ไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ผู้เป็นบุคคลภายนอกและไม่ทราบถึงระเบียบดังกล่าวได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของร้านจำหน่ายอุปกรณ์การก่อสร้าง เครื่องมือช่างและอะไหล่ทุกชนิด จำเลยที่ ๑ เป็นข้าราชการสังกัดกรมราชทัณฑ์จำเลยที่ ๒ ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการเรือนจำกลางอุบลราชธานีซึ่งเป็นส่วนราชการในสังกัดของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ได้ซื้ออุปกรณ์การก่อสร้าง เครื่องมือช่าง และอะไหล่ของอุปกรณ์ดังกล่าวจากโจทก์หลายครั้งเพื่อใช้ในกิจการของเรือนจำกลางอุบลราชธานี รวมเป็นเงิน ๑๒๙,๙๓๗ บาท แล้วไม่ชำระเงินค่าสินค้าโจทก์ทวงถาม จำเลยทั้งสองเพิกเฉย จำเลยทั้งสองต้องเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑๒,๑๘๑ บาท รวมเป็นเงิน ๑๔๒,๑๑๘ บาท ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน๑๔๒,๑๑๘ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๑๒๙,๙๓๗ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยที่ ๑ ให้การว่า มีการลงรายการสินค้าซ้ำซ้อนกัน ทำให้ราคาสินค้าตามฟ้องสูงกว่าความเป็นจริง ๒๔,๑๔๖ บาท และคดีขาดอายุความ
จำเลยที่ ๒ ให้การว่า มีการลงรายการสินค้าซ้ำซ้อนกัน ทำให้ราคาสินค้าตามฟ้องสูงกว่าความเป็นจริง ๒๔,๑๔๖ บาท จำเลยที่ ๑ ซื้อสินค้าตามฟ้องเป็นการส่วนตัว ซึ่งโจทก์ก็ทราบดีเรือนจำกลางอุบลราชธานีมิได้ตั้งบัญชีเจ้าหนี้เงินรายนี้ไว้ตามระเบียบของจำเลยที่ ๒ จึงไม่ผูกพันจำเลยที่ ๒ และคดีขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๑๐๕,๗๙๑ บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ จนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน
จำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้ซื้อสินค้าตามฟ้องจากโจทก์ไปใช้ในกิจการของเรือนจำกลางอุบลราชธานีอันเป็นหน่วยราชการในสังกัดของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒จึงต้องร่วมรับผิดชำระค่าสินค้าแก่โจทก์ การที่จำเลยที่ ๑ มิได้จัดให้มีการตั้งบัญชีเจ้าหนี้ไว้ในการซื้อสินค้าไปจากโจทก์ตามระเบียบปฏิบัติราชการของจำเลยที่ ๒ ที่วางไว้เพื่อให้มีผลผูกพันจำเลยที่ ๒ นั้นเป็นเพียงระเบียบปฏิบัติภายในของจำเลยที่ ๒ ไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกและไม่ทราบถึงระเบียบดังกล่าวได้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5454/2533
นางวิไล เลิศศักดิ์ไพบูลย์หรืออิฐรัตน์ โจทก์
นายสุวิทย์ ชัยเสน่ห์เมือง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางวิไล เลิศศักดิ์ไพบูลย์หรืออิฐรัตน์ · จำเลย - นายสุวิทย์ ชัยเสน่ห์เมือง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สมศักดิ์ วิธุรัติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายบุรินทร์ โชคเกิด |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา