⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2537/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2537/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาที่คู่สัญญามีเจตนามุ่งจะให้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เพื่อตอบแทนราคา ถือเป็นสัญญาซื้อขาย แม้จะมีการกำหนดคุณสมบัติของทรัพย์ไว้เป็นเงื่อนไขในการรับซื้อก็ตาม การนำเข้าสินค้าเพื่อใช้ในการผลิตสินค้าของตนเองเพื่อขาย มิใช่การนำสินค้าเข้ามาเพื่อขายโดยตรง ผู้ที่นำเข้าจึงไม่ถือเป็นผู้ประกอบการค้าตามความหมายของกฎหมายภาษีการค้า

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทำเสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรงส่งแก่การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สัญญาที่โจทก์ทำกับการไฟฟ้าทั้งสองระบุว่าเป็นหนังสือสัญญาซื้อขาย ข้อความในหนังสือสัญญาแสดงให้เห็นว่าคู่สัญญามีเจตนามุ่งจะให้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เพื่อตอบแทนการ ใช้ราคา มิได้มุ่งหวังในผลสำเร็จในการงานแม้ข้อความในสัญญาจะได้กำหนดคุณสมบัติและลักษณะทรัพย์ที่จะต้องส่งมอบว่าจะต้องเป็นไปตามแบบและรายการแนบท้ายสัญญา ก็เห็นได้ว่าเป็นการกำหนดรายละเอียดไว้เป็นเงื่อนไขในการรับซื้อ สัญญาดังกล่าวจึงเข้าลักษณะสัญญาซื้อขายหาใช่สัญญาจ้างทำของไม่ โจทก์นำลวดเหล็กเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในการผลิตเสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรงเพื่อขาย มิใช่สั่งลวดเหล็กนั้นเข้ามาเพื่อขาย โจทก์จึงมิใช่ผู้ประกอบการค้าตามความหมายในประมวลรัษฎากรมาตรา 77 โจทก์ไม่ต้องเสียภาษีการค้าตามความหมายในประมวลรัษฎากรมาตรา 77 ไม่ต้องเสียภาษีการค้าตามที่ระบุในบัญชีอัตราภาษีการค้าและรายการที่ประกอบการค้าตามมาตรา 78 วรรคแรก และโจท์ไม่ต้องเสียภาษีการค้าในกรณีให้ถือว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำเข้าเป็นผู้ประกอบการค้าตามมาตรา 78 วรรคสอง (อ้างฎีกาที่ 1606/2512) กรณีนี้โจทก์จึงไม่ต้องเสียภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล กรณีเรื่องภาษีอากรอยู่ในอำนาจหน้าที่และการควบคุมของกรมสรรพากรตามประมวลรัษฎากรมาตรา 5 ดังนั้น การที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องกรมสรรพากรเป็นจำเลยและเมื่อศาลเห็นว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่ กรมสรรพากรจำเลยยกขึ้นอ้างอิงเพื่อเรียกเก็บ ภาษีจากโจทก์ไม่ถูกต้องตามกฎหมายไม่ว่าคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จะถูกฟ้องเป็นจำเลยหรือไม่ ศาลย่อมมีอำนาจไม่ใช้บังคับตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ หรือให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เสียได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์สั่งและนำลวดเหล็กเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในการผลิตเสาคอนกรีตอัดแรงขาย จึงได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีการค้าและภาษีเทศบาล แต่เจ้าพนักงานประเมินภาษีการค้าที่ทำการศุลกากรกรุงเทพฯ ได้ประเมินเรียกเก็บภาษีการค้าแก่ของที่โจทก์นำเข้าดังกล่าว จึงขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยให้การว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการค้าและสินค้าตามฟ้องเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้ผลิตเสาคอนกรีตอัดแรงตามที่ โจทก์รับจ้างทำของให้แก่การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคผู้ว่าจ้าง ต้องเสียภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่าโจทก์สั่งลวดเหล็กตามฟ้องทั้ง ๔ รายการเข้ามาเพื่อผลิตเสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรงให้แก่การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตามที่โจทก์รับจ้างทำของ หาได้ผลิตเป็นสินค้าขายตามปกติทั่ว ๆ ไปไม่จึงต้องเสียภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลนั้น เห็นว่าสัญญาที่บริษัทโจทก์ทำกับการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตามเอกสารที่โจทก์จำเลยอ้างส่งศาล นอกจากระบุไว้ชัดว่าเป็นหนังสือสัญญาซื้อขายแล้ว ข้อความในหนังสือสัญญาดังกล่าวก็เป็นที่เห็นได้ว่าคู่สัญญามีเจตนามุ่งจะให้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เพื่อตอบแทน การใช้ราคาอันเข้าลักษณะสัญญาซื้อขาย คู่สัญญาหาได้มุ่งหวังในผลสำเร็จในการงานไม่แม้ข้อความในสัญญาจะได้กำหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะของ ทรัพย์ที่จะต้องส่งมอบว่าจะต้องเป็นไปตามแบบและรายการแนบท้ายสัญญา ก็เห็นได้ว่าเป็นการกำหนดรายละเอียดไว้เป็นเงื่อนไขในการรับซื้อ เข้าลักษณะสัญญาซื้อขายนั้นเองหาใช่เป็นสัญญาจ้างทำของดังข้อฎีกาของจำเลยไม่ เมื่อโจทก์นำลวดเหล็กตามฟ้องเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในการผลิตเสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรงเพื่อขาย มิใช่สั่งลวดเหล็กตามฟ้องมาเพื่อขาย โจทก์ก็ไม่ใช่ผู้ประกอบการค้าตามความหมายในประมวลรัษฎากรมาตรา ๗๗ โจทก์ไม่ต้องเสียภาษีการค้าตามที่ระบุในบัญชีอัตราภาษีการค้าและรายการที่ประกอบการค้าตามมาตรา ๗๘ วรรคแรก และโจทก์ไม่ต้องเสียภาษีการค้าในกรณี ให้ถือว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำเข้าเป็นผู้ประกอบการค้าตามมาตรา ๗๘ วรรคสองโดยนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๖๐๖/๒๕๑๒ คดีระหว่างบริษัทกระเบื้องกระดาษไทย จำกัด โจทก์ กรมสรรพากรกับพวกจำเลย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ กรณีนี้โจทก์ไม่ต้องเสียภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลตามฟ้อง จำเลยฎีกาว่า โจทก์ชอบที่จะฟ้องคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่โจทก์มาฟ้องจำเลยโดยจำเลยไม่มีส่วนโต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของ โจทก์เช่นนี้ไม่ถูกต้องและศาลจะบังคับให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้อื่นซึ่งจำเลยมิได้เป็นผู้ก่อหรือกระทำแก่โจทก์ด้วย ย่อมบังคับไม่ได้นั้นเรื่องนี้ประมวลรัษฎากร มาตรา ๕ บัญญัติว่า "ภาษีอากรซึ่งบัญญัติไว้ในลักษณะนี้ให้อยู่ในอำนาจหน้าที่และการควบคุมของกรมสรรพากร" เมื่อปรากฏว่ามูลกรณีเรื่องภาษีอากรในคดีนี้อยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่และการควบคุมของจำเลย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ และเมื่อศาลเห็นว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่จำเลยยกขึ้นอ้างอิงเพื่อเรียกเก็บภาษีจากโจทก์นั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จะถูกฟ้องเป็นจำเลยหรือไม่ศาลย่อมมีอำนาจไม่ให้บังคับตามคำวินิจฉัยของคณะ กรรมการพิจารณาอุทธรณ์ หรือให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์นั้นเสียได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2537/2520 บริษัทการไฟฟ้าบางละมุง จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทการไฟฟ้าบางละมุง จำกัด · ล. - กรมสรรพากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ ไวกาสี · ชุ่ม สุนทรธัย · กุศล บุญยืน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเสวก จันทร์ผ่อง · ศาลอุทธรณ์ - นายประทีป ชุ่มวัฒนะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 4590/2553ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 158/2509ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา