⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2694/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2694/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้รับมอบทรัพย์สินมีสิทธิแปรสภาพทรัพย์สินนั้นและคิดราคาเป็นเงินสดโดยใช้ราคาเดิมของทรัพย์สินนั้น ถือเป็นการซื้อขายที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกเป็นของผู้รับมอบแล้ว

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์มอบข้าวเปลือกไว้กับจำเลยที่ 1 และให้สิทธิแปรสภาพเป็นข้าวสารออกขายได้ หากโจทก์ต้องการขายราคาข้าวเปลือกดังกล่าวจำเลยจะใช้ราคาเป็นเงินสดโดยคิดราคาข้าวเปลือกชนิดและประเภทเดิมในปริมาณเดียวกันเป็นข้อตกลงที่ให้กรรมสิทธิ์ในข้าวเปลือกตกเป็นของจำเลยแล้ว เพียงแต่จะคิดราคากันในภายหลังและต้องใช้ราคาโดยไม่ต้องคืนทรัพย์ที่รับไว้ ดังนี้ เป็นการซื้อขายวิธีหนึ่งหาใช่รับฝากทรัพย์ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.657

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าพืชผลทางการเกษตรทุกชนิด จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด ประกอบกิจการโรงสีข้าวจำเลยที่ 1 ได้รับมอบข้าวเปลือกหอมมะลิไปจากโจทก์ โดยมีข้อตกลงกันว่า ข้าวเปลือกที่เก็บไว้นั้นจำเลยมีสิทธิที่จะสีเป็นข้าวสารนำออกขายได้ และหากโจทก์บอกกล่าวว่าจะขายเมื่อใด จำเลยที่ 1 จะชดใช้ราคาให้เป็นเงินสดตามราคาข้าวเปลือกในท้องตลาดขณะนั้น ต่อมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2529 ข้าวเปลือกหอมมะลิมีราคาสูงขึ้นซื้อขายกันในท้องตลาดประมาณกิโลกรัมละ 3 บาท โจทก์จึงแจ้งแก่จำเลยที่ 1ว่าต้องการขายข้าวทั้งหมด แต่จำเลยที่ 1 เพิกเฉยไม่ยอมชำระเงินจำเลยที่ 2 ที่ 3 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการ จะต้องร่วมกันรับผิดขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 508,908 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยมีนิติสัมพันธ์หรือค้าขายกับโจทก์ไม่เคยได้รับมอบข้าวเปลือกและมีข้อตกลงกับโจทก์ดังฟ้อง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะการฝากข้าวอยู่นอกเหนือขอบวัตถุประสงค์ของโจทก์ในช่วงเดือนสิงหาคม 2529 ราคาซื้อขายข้าวหอมมะลิในท้องตลาดตกกิโลกรัมละ 2 บาท เท่านั้น และโจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 508,908บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามมีดังต่อไปนี้ ประการแรก การที่โจทก์มอบข้าวเปลือกไว้กับจำเลยที่ 1 และให้สิทธิจำเลยที่ 1 แปรสภาพเป็นข้าวสารออกขายเป็นการนอกวัตถุประสงค์ของโจทก์และจำเลยที่ 1 หรือไม่ ตามทางนำสืบของโจทก์ได้ความว่าโจทก์ได้นำข้าวเปลือกจำนวน 28 คันรถน้ำหนัก 169,636 กิโลกรัม ไปมอบให้จำเลยที่ 1 ไว้และให้สิทธิจำเลยที่ 1 แปรสภาพเป็นข้าวสารออกขายได้ หากโจทก์มีความประสงค์ต้องการขายข้าวเปลือกดังกล่าวเมื่อใดจำเลยที่ 1 จะใช้ราคาเป็นเงินสด โดยคิดราคาข้าวเปลือกชนิดและประเภทเดิมในประมาณเดียวกัน เห็นว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นการให้กรรมสิทธิ์ในข้าวเปลือกตกเป็นของจำเลยแล้ว เพียงแต่จะคิดราคากันในภายหลังเท่านั้น และต้องใช้ราคาโดยไม่ต้องคืนทรัพย์ที่รับไว้ จึงเป็นการซื้อขายวิธีหนึ่งหาใช่รับฝากทรัพย์ไม่ ไม่นอกวัตถุประสงค์ของโจทก์และจำเลยที่ 1 โจทก์มีอำนาจฟ้อง..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2694/2535 ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีรัมย์ ตั้ง กิมเซ้ง โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไทย พูน ผล บุรีรัมย์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีรัมย์ ตั้ง กิมเซ้ง · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไทย พูน ผล บุรีรัมย์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมปอง เสนเนียม · อัมพร เดชศิริ · วิทูรย์ สุทธิประภา
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2767/2523ฎีกา 1063/2545ฎีกา 2074/2545ฎีกา 224/2530ฎีกา 681/2506ฎีกา 4244/2539ฎีกา 5459/2537ฎีกา 824/2545ฎีกา 3187/2531ฎีกา 390/2536ฎีกา 7122/2545ฎีกา 795/2545ฎีกา 2763/2536ฎีกา 3601/2538ฎีกา 258/2530ฎีกา 912/2490ฎีกา 2131/2537ฎีกา 9278/2542ฎีกา 2382/2534ฎีกา 1567/2513ฎีกา 3763/2542ฎีกา 365/2521ฎีกา 689/2510ฎีกา 2493/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ