⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 912/2490

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 912/2490

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งไม่อนุญาตให้ทำการซื้อขาย ผู้ซื้อและผู้ขายที่ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวและยังคงดำเนินการต่อไป ถือว่าได้ตกลงเลิกสัญญาซื้อขายกันแล้ว และต้องสันนิษฐานว่าบุคคลกระทำการโดยสุจริต

ย่อคำพิพากษา

สิ่งของที่ซื้อขายต้องถูกควบคุมอยู่ตาม กฎหมาย ผู้ซื้อและผู้ขายก็ทราบดีแล้วว่า การซื้อขายจะกระทำกันได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งไม่อนุญาตให้ผู้ขายขายแก่ผู้ซื้อผู้ซื้อก็ทราบแล้ว และยังได้วิ่งเต้นให้ผู้ขายขายสิ่งของนั้นแก่บุคคลอื่นอีก ถือได้ว่าผู้ซื้อและผู้ขายได้ตกลงเลิกสัญญาซื้อขายกันแล้ว ภายหลังที่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต จะต้องสันนิษฐานว่าบุคคลกระทำการโดยสุจริต โจทก์จะอ้างความไม่สุจริตเพื่อหลอกลวงผู้อื่นขึ้นมาเป็นประโยชน์แก่ตนเองย่อมฟังไม่ขึ้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.389 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญาขายท่อเหล็กอาบสังกะสีจำนวนหนึ่งให้โจทก์ แต่ขณะทำสัญญาซื้อขาย ทางราชการควบคุมการจำหน่ายหรือยักย้ายสถานที่เก็บท่อเหล็กอาบสังกะสี จึงขัดข้องที่โจทก์จะขนไปในวันทำสัญญา โจทก์ได้ชำระราคาให้จำเลยบางส่วน และได้กำหนดเวลาไว้ 7 วัน ที่จะทำการส่งมอบของและชำระราคา โดยคาดหมายว่าจะเป็นเวลาเพียงพอที่จะขออนุญาตต่อทางราชการ ภายหลังทางราชการประกาศยกเลิกการควบคุมท่อเหล็กอาบสังกะสี จำเลยกลับไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาทำให้โจทก์เสียหาย จึงขอให้บังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญา หรือใช้ค่าเสียหาย จำเลยรับว่าได้ทำสัญญาซื้อขายกับโจทก์จริง แต่เมื่อโจทก์จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตต่อทางราชการ ๆ สั่งไม่อนุญาตการส่งมอบจึงกลายเป็นพ้นวิสัย ถือได้ว่าสัญญาซื้อขายระงับแล้ว ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยคืนเงินที่รับชำระไว้แล้วแก่โจทก์ส่วนข้อหาอื่นให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อสิ่งของที่ซื้อขายกันต้องถูกควบคุมอยู่ตามกฎหมาย โจทก์จำเลยก็ทราบดีอยู่แล้วว่า การซื้อขาย จะกระทำกันได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้สั่งไม่อนุญาตให้จำเลยให้โจทก์ ๆ ก็ทราบแล้ว และยังกลับไปวิ่งเต้นให้จำเลยเสนอขายสิ่งของนั้นแก่บุคคลอื่น ถือได้ว่าโจทก์จำเลยได้ตกลงเลิกสัญญากันแล้ว ภายหลังที่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต ที่โจทก์เถียงว่าที่กระทำไปนั้นเป็นแต่เปลี่ยนชื่อจำเลยออกหน้าแทนโจทก์ เพื่อให้ขายได้เท่านั้น ศาลฎีกาเห็นว่าฟังไม่ขึ้นเพราะต้องสันนิษฐาน ว่าบุคคลกระทำการโดยสุจริต โจทก์จะอ้างความไม่สุจริตเพื่อหลอกลวงผู้อื่นย่อมฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 912/2490 นายทองดี อิศรกุล โจทก์ นายเฮียวตง แซ่ตั้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทองดี อิศรกุล · จำเลย - นายเฮียวตง แซ่ตั้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปรีชา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 824/2545ฎีกา 1739/1739ฎีกา 2409/2551ฎีกา 7122/2545ฎีกา 6239/2551ฎีกา 2763/2536ฎีกา 1578/2493ฎีกา 5434/2536ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2170/2517ฎีกา 408/2524ฎีกา 4122/2540ฎีกา 4176/2530ฎีกา 848/2534ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1049/2522ฎีกา 6103/2545ฎีกา 723/2492ฎีกา 960/2485ฎีกา 1410/2525ฎีกา 746/2533ฎีกา 2591/2543ฎีกา 234/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา