⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1739/1739

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1739/1739

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นผู้ครอบครองที่ดินติดต่อที่ดินของโจทก์ด้านที่โจทก์จำเป็นต้องใช้ฉาบปูนและทาสีอันเป็นการจำเป็นในการปลูกสร้างอาคารของโจทก์ เมื่อโจทก์ได้บอกกล่าวล่วงหน้าให้จำเลยทราบเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว โจทก์ก็ย่อมใช้ที่ดินที่จำเลยครอบครองอยู่เพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อการดังกล่าวได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา1351 วรรคแรก โจทก์ฟ้องจำเลยเนื่องจากจำเลยไม่ยอมให้โจทก์เข้าไปใช้ที่ดินของจำเลย ตามที่ ป.พ.พ.มาตรา 1351 อันเป็นบทบัญญัติจำกัดสิทธิของจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่อยู่ติดต่อกับที่ดินของโจทก์ แม้การก่อสร้างอาคารของโจทก์ซึ่งติดกับแนวเขตที่ดินจะเป็นการฝ่าฝืนเทศบัญญัติก็ตาม แต่กรณีดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1351

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๙๑๘ จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๙๑๙ เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม ๒๕๓๘ โจทก์ขออนุญาตก่อสร้างอาคารสูงสามชั้นครึ่ง จำนวน ๓ คูหา ในที่ดินของโจทก์ เทศบาลเมืองมหาสารคาม อนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างอาคารดังกล่าวได้ ต่อมาโจทก์ก่อสร้างอาคารเกือบแล้วเสร็จ คงเหลือเพียงการฉาบปูนและทาสีผนังอาคารด้านที่ติดต่อกับที่ดินของจำเลย และด้านที่ติดต่อกับที่ดินของผู้มีชื่อเท่านั้น โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวขอใช้ที่ดินของจำเลยเพื่อทำการฉาบปูนและทาสีอาคารของโจทก์ แต่จำเลยไม่ยินยอมให้ใช้ที่ดินและไม่ยอมให้โจทก์เข้าไปในที่ดิน ทำให้โจทก์ไม่อาจก่อสร้างอาคารให้แล้วเสร็จได้ขอให้พิพากษาว่า โจทก์และผู้ที่โจทก์มอบหมายมีสิทธิเข้าไปในที่ดินของจำเลย มีสิทธิใช้ที่ดินของจำเลยวางนั่งร้านในการฉาบปูนและทาสีผนังอาคารของโจทก์ที่อยู่ตรงแนวเขตระหว่างที่ดินของโจทก์กับที่ดินของจำเลยได้จนกว่าการฉาบปูนและทาสีจะเสร็จสิ้นขอให้ห้ามจำเลยขัดขวางโจทก์และผู้ที่โจทก์มอบหมายในการที่จะเข้าไปฉาบปูนและทาสีผนังอาคารของโจทก์ในที่ดินของจำเลย และห้ามจำเลยขัดขวางในการที่โจทก์และผู้ที่โจทก์มอบหมายได้ขนวัสดุอุปกรณ์นั่งร้าน หรือวัสดุอุปกรณ์รวมทั้งเครื่องมือในการทำนั่งร้าน ในการฉาบปูนและทาสีผนังอาคารของโจทก์เข้าไปในที่ดินของจำเลย ขอให้ห้ามจำเลยรบกวนหรือกระทำการใดอันไม่เป็นการสะดวกแก่โจทก์และผู้ที่โจทก์มอบหมายจะเข้าไปทำการฉาบปูนและทาสีผนังอาคารของโจทก์ในที่ดินของจำเลยและในการที่โจทก์และผู้ที่โจทก์มอบหมายได้ขนวัสดุอุปกรณ์นั่งร้านหรือวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือในการทำนั่งร้าน ในการฉาบปูนและทาสีผนังอาคารของโจทก์เข้าไปในที่ดินของจำเลย จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์มีสิทธิใช้ที่ดินของจำเลยตามโฉนดเลขที่๒๙๑๙ เท่าที่จำเป็นเพื่อทำนั่งร้านฉาบปูนและทาสีอาคารของโจทก์ได้ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ที่ดินของโจทก์อยู่ติดต่อกับที่ดินของจำเลย โจทก์ก่อสร้างอาคารสามชั้นครึ่งในที่ดินของโจทก์ชิดแนวเขตด้านที่ติดต่อกับที่ดินของจำเลย ปรากฏตามภาพถ่ายหมาย จ.๑ รวม ๓ ภาพ ผนังอาคารที่โจทก์ก่อสร้างด้านที่ติดต่อกับที่ดินของจำเลยยังไม่ได้ฉาบปูนและทาสี โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวขอเข้าไปใช้ที่ดินของจำเลยเพื่อฉาบปูนและทาสีผนังอาคารให้จำเลยทราบแล้ว คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีสิทธิเข้าไปใช้ที่ดินของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๓๕๑ วรรคแรก บัญญัติว่า "เจ้าของที่ดินเมื่อบอกกล่าวล่วงหน้าตามสมควรแล้วอาจใช้ที่ดินติดต่อเพียงที่จำเป็นในการปลูกสร้าง หรือซ่อมแซมรั้ว กำแพง หรือโรงเรือนตรงหรือใกล้แนวเขตของตน..." ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองที่ดินติดต่อด้านที่โจทก์จำเป็นต้องใช้ฉาบปูนและทาสีอันเป็นการจำเป็นในการปลูกสร้างอาคารของโจทก์ เมื่อโจทก์ได้บอกกล่าวล่วงหน้าให้จำเลยทราบเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้วโจทก์ก็ย่อมใช้ที่ดินที่จำเลยครอบครองอยู่เพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อการดังกล่าวได้ ที่จำเลยฎีกาว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๑มิได้เป็นบทบัญญัติจำกัดสิทธิของเจ้าของที่ดินด้านที่ติดต่อดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ วินิจฉัยและการที่โจทก์ก่อสร้างอาคารชิดแนวเขตที่ดินเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต โจทก์จึงไม่มีสิทธินำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๑ มาใช้บังคับนั้น เห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยเนื่องจากจำเลยไม่ยอมให้โจทก์เข้าไปใช้ที่ดินของจำเลยซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๑ บัญญัติให้เจ้าของที่ดินด้านที่ติดต่อต้องยินยอมให้เจ้าของที่ดินที่จะต้องกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ใช้ที่ดินด้านที่ติดต่อได้บทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๑ จึงเป็นบทบัญญัติจำกัดสิทธิของจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่อยู่ติดต่อกับที่ดินของโจทก์ ทั้งการที่โจทก์ก่อสร้างอาคารของตนก็ได้กระทำไปภายในขอบเขตที่ดินของโจทก์ แม้การก่อสร้างอาคารของโจทก์ซึ่งติดกับแนวเขตที่ดินจะฟังได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนเทศบัญญัติดังที่จำเลยอ้างก็ไม่เป็นการตัดสิทธิโจทก์ที่จะใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๑กรณียังถือไม่ได้ว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1739/1739 นางจีรพร สิมลา โจทก์ นางอ่อนจันทร์ พิมพ์ดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางจีรพร สิมลา · จำเลย - นางอ่อนจันทร์ พิมพ์ดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ · ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · จำรูญ แสนภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายสุรพงษ์ ชิดเชื้อ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายปัญญารัตน์ วิระยะวานิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 2970/2522ฎีกา 1218/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา