⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 242/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 242/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ไม้ที่ได้มาโดยผิดกฎหมายเป็นของที่ต้องริบตามกฎหมาย 2. ผู้รับซื้อไม้ที่ได้มาโดยผิดกฎหมายจะอ้างสิทธิยึดถือตามกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินที่ได้มาโดยสุจริตไม่ได้ หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าตนสุจริต 3. สัญญาซื้อขายที่มีวัตถุแห่งหนี้เป็นของผิดกฎหมายย่อมไม่สมบูรณ์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญาซื้อขายไม้สักตายแห้งขอนนอนกับกรมป่าไม้ แต่กลับไปทำการลักตัดไม้สดออกจากป่าโดยมิได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ไม้สักที่จำเลยลักตัดจึงเป็นไม้ที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย และเป็นของที่ต้องริบตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 74 ผู้ร้องรับซื้อไม้จากจำเลยซึ่งเป็นพ่อค้าไม้ โดยมีพฤติการณ์ที่ยังฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องสุจริต ผู้ร้องจะยกประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1329, 1332 ขึ้นมาอ้างเพื่อยึดถือไม้ไว้หาได้ไม่ เมื่อวัตถุแห่งหนี้ของสัญญาซื้อขายเป็นของผิดกฎหมาย สัญญาซื้อขายก็ไม่สมบูรณ์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1329 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1332

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ใช้จ้างให้จำเลยที่ ๒ กับพวกทำไม้สักอันเป็นไม้หวงห้ามโดยมิได้รับอนุญาตและไม่ได้รับสัมปทาน ฯลฯ และจำเลยที่ ๑, ๒ ได้ครอบครองไม้หวงห้าม ฯลฯ ใช้ดวงตราปลอมขึ้นเหมือนดวงตราเจ้าพนักงานประทับบนไม้ จำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานป่าไม้กระทำการมิชอบด้วยหน้าที่ ใช้ดวงตราปลอมตีประทับบนไม้โดยเห็นแก่ทรัพย์สินที่จำเลยที่ ๑ ให้ ส่วนจำเลยที่ ๔ ละเว้นการปฏิบัติตามหน้าที่ ไม่จัดการกับจำเลยที่ ๑ และพวก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา และตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ฯลฯ และขอให้ริบไม้ของกลาง จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ และจำเลยที่ ๑ ให้การว่าไม้ของกลางจำเลยที่ ๑ ได้เป็นกรรมสิทธิ์ โจทก์ไม่มีอำนาจขอให้ริบ ระหว่างพิจารณานายทองดี อิศรกุล ร้องว่า ได้ซื้อไม้ของกลางไว้จากจำเลยที่ ๑ ขอให้สั่งคืนไม้ของกลางแก่ผู้ร้องไปก่อน ศาลชั้นต้นสั่งคืนไม้สักของกลางให้ผู้ร้องไปโดยมีธนาคารค้ำประกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อพยานโจทก์ว่า ไม้ของกลางไม่ใช่ไม้ตายแห้งขอนนอนตามสัญญา และมีดวงตราปลอมประทับอย่างน้อยพันกว่าท่อนจริง จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นคนตีตราปลอมหรือสั่งให้ตี จำเลยที่ ๓ ได้รับเงินห้าหมื่นบาทเป็นการตอบแทนที่จำเลยที่ ๓ ช่วยเหลือ ส่วนจำเลยที่ ๔ ปฏิบัติการไปตามคำสั่งของกรมป่าไม้ไม่มีความผิดพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๑๑, ๑๒, ๖๙, ๗๓ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๑๖, ๑๗ กับผิดฐานใช้ดวงตราปลอมและฐานให้สินบนเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๕๒, ๑๔๔ จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๑๑, ๑๔, ๖๙, ๗๓ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๔ มาตรา ๑๖, ๑๗ และความผิดฐานใช้ดวงตราปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๕๒ จำเลยที่ ๓ มีความผิดฐานใช้ดวงตราปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๕๒ จำเลยที่ ๓ มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้ดวงตรากระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๐ กับผิดฐานรับสินบนตามมาตรา ๑๔๙ เฉพาะจำเลยที่ ๔ ให้ยกฟ้อง ไม้ของกลางให้คืนนายทองดี อิศรกุล โจทก์และจำเลยที่ ๑, ๒, ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ริบไม้ของกลาง นายทองดี อิศรกุล ผู้ร้องฎีกาขออย่าริบไม้ ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยที่ ๑, ๒ และ ๓ ได้กระทำความผิดจริงดังฟ้อง คดีเฉพาะจำเลยทั้ง ๓ จึงเป็นอันยุติ และเห็นว่าจำเลยที่ ๑ มิได้ปฏิบัติตามสัญญาที่ทำกับกรมป่าไม้ กลับทำการลักตัดไม้สักออกจากป่าโดยมิได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ฉะนั้น ไม้ที่จำเลยได้มาหรือมีไว้ในครอบครอง จึงเป็นไม้ที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นของที่ต้องริบตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๗๔ ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาว่า ได้ซื้อไม้เหล่านี้ไว้โดยสุจริต ไม่ต้องคืนให้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๒๙ และ ๑๓๓๒ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า คดียังฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องสุจริตเพราะมีพฤติการณ์ส่อแสดงว่าผู้ร้องพยายามช่วยปกปิดเพื่อให้ไม้รายนี้กลายสภาพจากการเป็นไม้ที่ผิดกฎหมาย การที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ตีตราขายให้แก่จำเลยที่ ๑ เป็นเรื่องของการเข้าใจผิดและผิดหลง ยังถือไม่ได้ว่าผู้ร้องซื้อไม้ไว้โดยสุจริต และที่ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องได้ทำสัญญาซื้อไม้รายนี้จากจำเลยที่ ๑ ก่อนกรมป่าไม้ตีตราเป็นการชอบแล้ว เพราะสัญญานี้มีผลเท่ากับเป็นสัญญาจะซื้อขายนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อวัตถุแห่งหนี้เป็นของผิดกฎหมายแล้ว สัญญาซื้อขายจะสมบูรณ์ได้อย่างไร พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 242/2511 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายโสภณ ณ เชียงใหม่ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ล. นายทองดี อิศรกุล ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายโสภณ ณ เชียงใหม่ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน · ผู้ร้อง - นายทองดี อิศรกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร หุตะโกวิท · ยง เหลืองรังษี · สว่าง ภูวะปัจฉิม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายประเสริฐ พิพัฒนกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายวิริยะ เกิดศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2767/2523ฎีกา 2074/2545ฎีกา 2694/2535ฎีกา 224/2530ฎีกา 681/2506ฎีกา 4244/2539ฎีกา 5459/2537ฎีกา 824/2545ฎีกา 390/2536ฎีกา 7122/2545ฎีกา 795/2545ฎีกา 2763/2536ฎีกา 3601/2538ฎีกา 258/2530ฎีกา 912/2490ฎีกา 2131/2537ฎีกา 2382/2534ฎีกา 3537/2524ฎีกา 2292/2515ฎีกา 3934/2530ฎีกา 1567/2513ฎีกา 3763/2542ฎีกา 2493/2553ฎีกา 4176/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา