คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ใช้กำลังตีศีรษะผู้ตายด้วยอาวุธอย่างแรงจนถึงแก่ความตาย ถือว่ามีเจตนาฆ่า
ย่อคำพิพากษา
จำเลยใช้ดุ้นฟืนยาว 1 ศอก ตีศีรษะผู้ตาย 2 ทีจนกะโหลกศีรษะผู้ตายแตกยุบถึงมันสมอง เป็นการตีโดยแรงที่อวัยวะสำคัญเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายทันที ดังนี้จำเลยมีเจตนาฆ่า
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 6 จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 จำคุก 10 ปียกฟ้องจำเลยที่ 3 ในข้อหาฆ่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 โทษจำคุกให้เป็นไปตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 โจทก์และจำเลยที่ 2 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานฆ่าผู้อื่นในสถานหนักกว่าที่ศาลอุทธรณ์กำหนด และที่จำเลยที่ 2 ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยที่ 2 มิได้มีเจตนาฆ่าเพียงแต่ได้ทำร้ายผู้ตายจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ในสถานเบานั้น พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำพยานโจทก์และคำเบิกความของจำเลยที่ 2 เองว่า จำเลยที่ 2 ใช้ดุ้นฟืนยาวขนาด 1 ศอกตีที่ศีรษะผู้ตาย 2 ที จนกะโหลกศีรษะผู้ตายแตกยุบถึงมันสมอง มีเลือดไหลนองตามพื้นกระดาน ในแผนที่เกิดเหตุหมาย 3. แสดงจุดเลือดกองอยู่ที่ชานบ้านข้างผู้ตายและยังมีเลือดไหลตามพื้นบ้านข้างผู้ตายอีกมาก เห็นว่าจำเลยที่ 2 ใช้ไม้ตุ้นฟืนเป็นอาวุธตีผู้ตายโดยแรงที่ศีรษะซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญจนกะโหลกศีรษะแตกยุบถึงมันสมองเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายทันที จำเลยที่ 2 ย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นได้ว่าจะทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย จึงมีเจตนาฆ่า ในชั้นสอบสวนจำเลยที่ 2 ก็ให้การรับสารภาพและนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพอีกด้วย ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าเพียงแต่เจตนาทำร้ายร่างกาย ไม่มีเจตนาฆ่า จึงฟังไม่ขึ้น
โจทก์และจำเลยที่ 2 ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์กำหนดโทษไม่เหมาะสมนั้น พิจารณาแล้ว จำเลยที่ 2 ชวนผู้ตายกับพวกมาดื่มสุรา เพราะเป็นคนคุ้นเคยชอบพอกัน ผู้ตายจะกลับบ้านแต่จำเลยที่ 2 ไม่ยอม อ้างว่าต้องดื่มสุราให้หมดก่อนแล้วผู้ตายชักปืนจะยิงจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 แย่งปืนได้ ผู้ตายวิ่งหนี จำเลยที่ 2 จึงไล่ตามไป นับว่าผู้ตายมีส่วนก่อเหตุอยู่ด้วย เห็นว่าศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำเลยที่ 2 ในอัตราโทษขั้นต่ำนั้น เหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2525
อัยการนครราชสีมา โจทก์
นายสง่า เติมขุนทด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการนครราชสีมา · จำเลย - นายสง่า เติมขุนทด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พูน จักรเสน · สมชัย ทรัพยวณิช · อนุวัตร บุนนาค |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา