⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2748/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2748/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยได้ปฏิบัติการชำระหนี้ถูกต้องตามสัญญาประกัน โดยส่งตัวผู้ต้องหาตามกำหนดนัดแล้ว ย่อมหลุดพ้นจากหนี้อันพึงจะต้องชำระ จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

ย่อคำพิพากษา

อัยการโจทก์นำผู้ต้องหาไปฟ้องแล้ว แต่ศาลไม่ประทับฟ้องเนื่องจากโจทก์ไม่ลงชื่อในคำฟ้อง ในช่วงนี้ผู้ต้องหาหลบหนีไปดังนี้ จำเลยได้ปฏิบัติการชำระหนี้ถูกต้องตามสัญญาประกัน โดยส่งตัวผู้ต้องหาตามกำหนดนัดแล้ว ย่อมหลุดพ้นจากหนี้อันพึงจะต้องชำระ จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 113 เป็น บทบัญญัติถึงขั้นตอนเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ในการทำสัญญาประกัน แต่ละฝ่ายเพื่อมิให้ก้าวก่ายหรือซ้ำซ้อนกันเท่านั้น มิใช่เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับความรับผิดของนายประกันซึ่งจะต้องพิจารณาตามกฎหมายแพ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.330

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้ได้ความตามฟ้องโจทก์ว่าจำเลยซึ่งเป็นนายประกันได้นำตัวนายมี กึกก้อง ผู้ต้องหาซึ่งจำเลยรับประกันมาส่งให้โจทก์ตามกำหนดนัด และโจทก์ได้นำตัวนายมี กึกก้อง ไปฟ้องยังศาลแล้วแต่ศาลสั่งไม่ประทับฟ้องโจทก์ เนื่องจากโจทก์ไม่ลงชื่อในคำฟ้องในช่วงนี้เองนายมี กึกก้อง ได้หลบหนีไป ศาลฎีกาเห็นว่าขณะนั้นนายมี กึกก้อง อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของโจทก์ มิใช่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของจำเลยซึ่งเป็นนายประกัน จะให้จำเลยรับผิดได้ไม่ จำเลยได้ปฏิบัติการชำระหนี้ถูกต้องตามสัญญาประกันโดยส่งตัวผู้ต้องหาให้โจทก์ตามกำหนดนัดแล้ว ย่อมหลุดพ้นจากหนี้อันพึงจะต้องชำระ จำเลยไม่ต้องรับผิดตามที่โจทก์ฟ้อง เมื่อผู้ต้องหาหลบหนีไปในระหว่างความดูแลรับผิดชอบของโจทก์เช่นนี้ เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะจัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหามาเอง จำเลยไม่มีหน้าที่ที่จะปฏิบัติตามสัญญาอีก ที่โจทก์ฎีกาว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 113บัญญัติให้สัญญาประกันใช้ได้ตลอดไปจนถึงศาลประทับฟ้องนั้น ความในมาตรา 113 มีว่า "เมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการสั่งปล่อยชั่วคราว สัญญาประกันนั้นใช้ได้ระหว่างสอบสวนหรือจนกว่าผู้ต้องหาถูกศาลสั่งขังระหว่างสอบสวนหรือตลอดไปจนถึงศาลประทับฟ้องเท่านั้น" ศาลฎีกาเห็นว่าความในมาตรานี้เป็นบทบัญญัติถึงขั้นตอนเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ในการทำสัญญาประกันแต่ละฝ่ายเพื่อมิให้ก้าวกายหรือซ้ำซ้อนกันกล่าวคือ ถ้าทำสัญญาประกันต่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการสัญญาประกันนั้นใช้ได้จนกว่าผู้ต้องหาถูกศาลสั่งขังระหว่างสอบสวน หรือจนถึงศาลประทับฟ้อง "เท่านั้น" จะใช้เกินเลยไปกว่านั้นมิได้ เพราะต่อจากนั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของศาล ความในมาตรานี้จึงมิใช่เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับความรับผิดของนายประกัน ความรับผิดของนายประกันมีเพียงใดต้องพิจารณาตามกฎหมายแพ่งดังที่วินิจฉัยข้างต้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2748/2525 อัยการแพร่ โจทก์ นางไข่แก้ว จันทร์เสนา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการแพร่ · จำเลย - นางไข่แก้ว จันทร์เสนา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิยม ติวุตานนท์ · สุวัฒน์ รัตรสาร · ดุสิต วราโห
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1735/2499ฎีกา 539/2536ฎีกา 3930/2541ฎีกา 86/2510ฎีกา 703/2537ฎีกา 7930/2544ฎีกา 9208-9209/2547ฎีกา 237/2490ฎีกา 1308/2511ฎีกา 1019/2518ฎีกา 1735/2517ฎีกา 1251/2498ฎีกา 3520/2538ฎีกา 701/2498ฎีกา 1115/2524ฎีกา 1072/2491ฎีกา 964/2487ฎีกา 1007/2491ฎีกา 2223/2528ฎีกา 869/2490ฎีกา 4107/2528ฎีกา 6839/2538ฎีกา 1555/2542ฎีกา 1424/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา