คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3833/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์ร่วมที่เข้ามาดำเนินคดีแทนพนักงานอัยการ ไม่มีอำนาจขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องให้เกินกว่าที่พนักงานอัยการได้ฟ้องไว้.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ร่วมเข้ามาดำเนินคดีแก่จำเลยโดยอาศัยสิทธิตามฟ้องของพนักงานอัยการ จึงไม่มีอำนาจขอแก้และเพิ่มเติมฟ้องให้นอกเหนือไปจากฟ้องของพนักงานอัยการ หากศาลชั้นต้นสั่งนัดไต่สวนมูลฟ้องส่วนที่โจทก์ร่วมขอแก้และเพิ่มเติมฟ้องไว้ก็มีอำนาจสั่งงดเสียได้
เมื่อศาลมิได้อนุญาตให้แก้และเพิ่มเติมฟ้องตามคำร้องของโจทก์ร่วม จึงลงโทษจำเลยตามบทมาตราที่ขอแก้และเพิ่มเติมฟ้องนั้นไม่ได้
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลย 1 เดือนปรับ 500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้จานกระเบื้องเป็นอาวุธตีทำร้ายผู้เสียหาย ๑ ทีแล้วกัดใบหู ๑ ที เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕
จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อมาเมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้เสียหายเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมแล้ว โจทก์ร่วมขอแก้และเพิ่มเติมฟ้องโดยแก้ฐานความผิดจากทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจเป็นทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายสาหัสและขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๙๕, ๒๙๗(๓)(๔) ศาลชั้นต้นสั่งนัดไต่สวนมูลฟ้องในส่วนที่โจทก์ร่วมขอแก้และเพิ่มเติมฟ้อง จำเลยจึงถอนคำให้การเดิมและให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นสั่งงดไต่สวนมูลฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕ ลงโทษจำคุกและปรับ โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้
โจทก์ร่วมอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ร่วมฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่าการที่ศาลชั้นต้นสั่งไต่สวนมูลฟ้องในส่วนที่โจทก์ร่วมขอแก้และเพิ่มเติมฟ้องไว้แล้ว จะสั่งงดได้หรือไม่ เห็นว่าโจทก์ร่วมเข้ามาดำเนินคดีแก่จำเลยก็โดยอาศัยสิทธิตามฟ้องของพนักงานอัยการที่มีอยู่เดิม จึงไม่มีอำนาจขอแก้และเพิ่มเติมฟ้องให้นอกเหนือไปจากฟ้องของพนักงานอัยการตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๗๐/๒๕๒๒ เมื่อโจทก์ร่วมไม่มีอำนาจขอแก้และเพิ่มเติมฟ้องแล้ว ศาลชั้นต้นก็มีอำนาจสั่งงดไต่สวนมูลฟ้องในส่วนนี้ได้ เท่ากับฟ้องไม่มีคำขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗(๓)(๔) จึงลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๙๗(๔) ดังที่โจทก์ร่วมฎีกาไม่ได้
คดีนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลย ๑ เดือนปรับ ๕๐๐ บาทโทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด ๑ ปีโจทก์ร่วมฎีกาขอให้ไม่รอการลงโทษ จำเลยเป็นการฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3833/2525
พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี โจทก์
นายหยด เรี่ยวแรง โจทก์ร่วม
นายเวก เพ่งพิศ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี · โจทก์ร่วม - นายหยด เรี่ยวแรง · จำเลย - นายเวก เพ่งพิศ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรีชา พานิชวงศ์ · ดำรง แจ่มสุธี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายทวิช อนันตรสุชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายคำนึง อุไรรัตน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา