⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 904/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 904/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 หรือประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 ถือเป็นความผิดอย่างเดียวกัน

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 13 บัญญัติห้ามเฉพาะการผลิต ขาย นำเข้า หรือส่งออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 หรือประเภท 2เท่านั้นว่ามีความผิดและมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 89 และตามมาตรา 4 ได้วิเคราะห์ศัพท์คำว่า " ขาย " ว่าหมายความรวมถึง จำหน่าย จ่าย แจกแลกเปลี่ยนส่งมอบ หรือมีไว้เพื่อขาย ฉะนั้นการขายหรือมีไว้เพื่อขายตามนัยแห่งพระราชบัญญัตินี้จึงเป็นความผิดอย่างเดียวกัน จำเลยขายวัตถุออกฤทธิ์ชนิดเมทแอมเฟตามีนให้สายลับ 2 เม็ดและต่อมาในเวลาใกล้เคียงกันตรวจค้นได้จากตัวจำเลยอีก 4 เม็ดวัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวทั้ง 6 เม็ดจึงเป็นจำนวนเดียวกัน ที่จำเลยขายและมีไว้ในครอบครองเพื่อขายในวันเวลาเดียวกันและต่อเนื่องกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวคือการขาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.4 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.13

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจมีวัตถุออกฤทธิ์ชนิดเมทแอมเฟตามีนซึ่งเป็นเกลือของแอมเฟตามีนจำนวน ๖ เม็ด ไว้ในความครอบครองเพื่อขาย ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท ๒ และจำเลยได้ขายวัตถุออกฤทธิ์ชนิดเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๒ เม็ดให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อ โดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยวัตถุออกฤทธิ์จำนวน ๖ เม็ด และจำเลยบังอาจมีกัญชาแห้งอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ไว้ในความครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมายจำนวน ๑ ห่อเล็ก ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔,๖, ๑๓, ๖๒, ๘๙, ๑๐๖, ๑๑๖ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๒๖, ๗๖, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓, ๙๑ จำเลยให้การรับว่ามีวัตถุออกฤทธิ์ไว้ในความครอบครองจริงแต่มิได้มีไว้เพื่อจำหน่าย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยขายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทให้แก่สายลับและจำเลยมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทเพื่อขาย ส่วนข้อหาฐานมีกัญชาฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีไว้ในครอบครอง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔,๑๓, ๘๙ ให้จำคุกจำเลยฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทและจำคุกฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ของกลางให้ริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔, ๑๓, ๖๒, ๘๙, ๑๐๖ จำคุกฐานขายวัตถุออกฤทธิ์และจำคุกฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ไว้ในครอบครองข้อหาฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาว่า จำเลยมีวัตถุออกฤทธิ์ไว้ในครอบครองเพื่อขาย การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตาม มาตรา ๑๓, ๘๙ ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงห้าแสนบาท ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ไว้ในครอบครองธรรมดามีกำหนดหนึ่งปีเป็นการคลาดเคลื่อน ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าพนักงานตำรวจได้ใช้สายลับไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย จำเลยได้จำหน่ายให้ ๒ เม็ด สายลับได้นำวัตถุออกฤทธิ์ที่ซื้อมามอบให้ร้อยตำรวจเอกวุฒิ ร้อยตำรวจเอกวุฒิเข้าไปตรวจพบวัตถุออกฤทธิ์อีก ๔ เม็ดที่ตัวจำเลยพร้อมด้วยธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อของกลางจึงเป็นวัตถุออกฤทธิ์ที่จำเลยขายและมีไว้เพื่อขาย แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อหาฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่า จำเลยมีความผิดและลงโทษจำคุก ๕ ปี โจทก์จำเลยไม่ฎีกา ข้อหาฐานขายจึงเป็นอันยุติปัญหาในชั้นฎีกามีว่า วัตถุออกฤทธิ์จำนวน ๖ เม็ดจำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อขายเป็นความผิดตามมาตรา ๑๓ หรือไม่ แล้ววินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ บัญญัติห้ามเฉพาะการผลิต ขายนำเข้าหรือส่งออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ เท่านั้นว่ามีความผิดและบทกำหนดโทษตามมาตรา ๘๙ และมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้วิเคราะห์ศัพท์คำว่า "ขาย" ว่าหมายความรวมถึง จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ส่งมอบ หรือมีไว้เพื่อขายฉะนั้นการขายหรือมีไว้เพื่อขายตามนัยแห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงเป็นความผิดอย่างเดียวกัน คดีนี้ปรากฏว่าในวันเกิดเหตุก่อนที่จะมีการจับกุมจำเลย เจ้าพนักงานตำรวจได้ใช้ให้สายลับไปล่อซื้อวัตถุออกฤทธิ์ชนิดเมทแอมเฟตามีน (ยาม้า) จากจำเลย และจำเลยได้ขายให้มา ๒ เม็ด แล้วต่อมาในเวลาใกล้เคียงกันนั้นเองเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งคอยอยู่ใกล้ ๆ จึงเข้าไปตรวจค้นบ้านจำเลยและได้มาอีก ๔ เม็ดอย่างเดียวกับที่ให้สายลับไปล่อซื้อในกระเป๋าสตางค์ที่ตัวจำเลยและได้ธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อคืนมาด้วย วัตถุออกฤทธิ์ชนิดเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๒ เม็ดที่จำเลยขายให้แก่สายลับกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจค้นได้จากจำเลยอีก ๔ เม็ด รวมทั้งสิ้นเป็น ๖ เม็ดจึงเป็นวัตถุออกฤทธิ์จำนวนเดียวกันที่จำเลยขายและมีไว้ในครอบครองเพื่อขายในวันเวลาเดียวกันและต่อเนื่องกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวคือการขายนั่นเอง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ชนิดเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓, ๘๙ เพียงกระทงเดียว ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 904/2525 พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ โจทก์ นางอรุณี พงษ์สุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ · จำเลย - นางอรุณี พงษ์สุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำเนียง ด้วงมหาสอน · สนิท อังศุสิงห์ · ปรีชา พานิชวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายสมชาย สินเกษม · ศาลอุทธรณ์ - นายเดือน จิตรกร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2176/2543ฎีกา 1416/2544ฎีกา 2897/2543ฎีกา 11/2539ฎีกา 6856/2544ฎีกา 4463/2539ฎีกา 113/2538ฎีกา 4490/2541ฎีกา 1846/2532ฎีกา 3447/2531ฎีกา 2787/2535ฎีกา 186/2539ฎีกา 5857/2537ฎีกา 79/2538ฎีกา 500/2525ฎีกา 1677/2542ฎีกา 6813/2543ฎีกา 1552/2537ฎีกา 1585/2526ฎีกา 689/2536ฎีกา 3158/2535ฎีกา 6413/2541ฎีกา 8226/2538ฎีกา 10125/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา