คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3158/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไว้ในครอบครอง ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานดังกล่าว ซึ่งมีบทลงโทษเบากว่าได้ แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษในความผิดที่มีบทลงโทษหนักกว่าก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้กระทำความผิดฐานมีแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อขายและขายแอมเฟตามีน ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 13 และ 89 ความผิดตามฟ้องดังกล่าวย่อมรวมถึงการมีแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา62 วรรคหนึ่ง และ 106 อยู่ด้วย ถือได้ว่าความผิดตามฟ้องรวมการกระทำหลายอย่างแต่ละอย่างอาจเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง เมื่อทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยมีแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง ศาลจึงมีอำนาจลงโทษจำเลยในการกระทำความผิดฐานมีแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง ซึ่งมีบทลงโทษเบากว่าได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา192 วรรคสุดท้าย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.13 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.62 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.89 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.106 รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · จำเลย - นายเฉลียว ชินเวช |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ · เริงธรรม ลัดพลี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครปฐม - นายไมตรี ศิริเมธารักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญศรี แก้วสาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา