⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2897/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2897/2543

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 14, 67 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหลายคนร่วมกันกระทำความผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำ ถือว่าทุกคนเป็นตัวการร่วมกันในความผิดนั้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

ย่อคำพิพากษา

เจ้าพนักงานตำรวจได้เข้าจับกุมจำเลยที่ 1 หลังจากที่ให้สายลับล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1 เม็ด จากจำเลยที่ 1 เมื่อเข้าตรวจค้นบ้านจำเลยที่ 1 พบจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกนั่งตัดหลอดพลาสติกอยู่ในห้อง และค้นพบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 780 เม็ด อยู่ในถุงพลาสติกแขวนอยู่ที่ข้างฝา กับมีหลอดกาแฟตัดสั้น เทียนไข ไฟแช็ก และมีดคัทเตอร์ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีไว้เพื่อบรรจุเมทแอมเฟตามีน โดยของกลางที่สายลับได้มาจากการล่อซื้อเป็นเมทแอมเฟตามีน 1 เม็ด บรรจุอยู่ในหลอดพลาสติกปิดหัวท้าย พฤติการณ์เห็นได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 3 กับพวกบรรจุเมทแอมเฟตามีนและขายเมทแอมเฟตามีน โดยจำเลยที่ 2 เป็นฝ่ายตระเตรียมอุปกรณ์ในการบรรจุเมทแอมเฟตามีนลงในหลอดพลาสติกและจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขายอันเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำและร่วมกระทำผิดด้วยกัน จำเลยที่ 2 จึงเป็นตัวการในการกระทำผิดฐานขายเมทแอมเฟตามีนด้วย จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 กับพวกมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในความครอบครองเพื่อขายและขาย จำเลยทั้งสามมิได้กระทำผิดโดยลำพัง จำเลยทั้งสามจึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง , 89 พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง , 67 ประกอบด้วย ป.อ. มาตรา 83 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ระบุมาตรา 83 แห่ง ป.อ. ไว้ยังไม่ถูกต้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.14 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.67 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.89 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.4 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.89

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4 , 5 , 6 , 11 , 13 ทวิ , 62 , 89 , 106 ทวิ , 116 ป.อ. มาตรา 83 , 32 , 33 ริบเมทแอมเฟตามีนที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์จำนวน 64 กรัม ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข ริบหลอดกาแฟ เทียนไข ไฟแช็ก มีดคัทเตอร์ ของกลาง และคืนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง , 62 วรรคหนึ่ง , 89 , 106 ทวิ เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทตาม ป.อ. มาตรา 90 แต่ทั้งสองฐานความผิดมีโทษเท่ากันจึงลงโทษจำเลยทั้งสามฐานขาย ให้จำคุกคนละ 18 ปี จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละ 9 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 12 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์จำนวน 64 กรัม ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข ริบหลอดกาแฟ เทียนไข ไฟแช็ก มีดคัทเตอร์ของกลาง และคืนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อจำนวน 200 บาท แก่เจ้าของ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้โดยพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 1 และที่ 3 ที่มิได้อุทธรณ์เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง , 89 พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 67 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง , 89 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 สำหรับจำเลยที่ 2 ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา 76 จำคุก 9 ปี และลดโทษให้อีกหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี ส่วนจำเลยที่ 3 ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 76 จำคุก 9 ปี และลดโทษให้อีกกึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่าได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เจ้าพนักงานตำรวจได้เข้าจับกุมจำเลยที่ 1 หลังจากที่ให้สายลับล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1 เม็ด จากจำเลยที่ 1 โดยค้นพบธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 2 ฉบับ อยู่ในกระเป๋ากางเกงของจำเลยที่ 1 จากการตรวจค้นบ้านของจำเลยที่ 1 พบจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกนั่งตัดหลอดพลาสติกอยู่ในห้องและค้นพบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 780 เม็ด อยู่ในถุงพลาสติกแขวนอยู่ที่ข้างฝา จำเลยที่ 2 ถูกจับกุมในห้องนั้นเอง พร้อมอุปกรณ์มีหลอดกาแฟตัดสั้น เทียนไข ไฟแช็ก และมีดคัทเตอร์ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวมีไว้เพื่อบรรจุเมทแอมเฟตามีนโดยของกลางที่สายลับได้มาจากการล่อซื้อเป็นเมทแอมเฟตามีน 1 เม็ด บรรจุอยู่ในหลอดพลาสติกปิดหัวท้าย ดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 ถูกจับขณะตัดหลอดพลาสติกกับมีอุปกรณ์ในการบรรจุเมทแอมเฟตามีนครบครันและมีเมทแอมเฟตามีนอีกจำนวน 780 เม็ด อยู่ในถุงพลาสติกแขวนอยู่ในห้องดังกล่าว ซึ่งเตรียมพร้อมที่จะบรรจุเมทแอมเฟตามีนในหลอดกาแฟโดยมีเทียนไขและไฟแช็ก เพื่อใช้ในการลนหลอดพลาสติกปิดหัวท้ายในการบรรจุเมทแอมเฟตามีน พฤติการณ์เห็นได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 3 กับพวกบรรจุเมทแอมเฟตามีนและขายเมทแอมเฟตามีนโดยจำเลยที่ 2 เป็นฝ่ายตระเตรียมอุปกรณ์ในการบรรจุเมทแอมเฟตามีนลงในหลอดพลาสติก และจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขายอันเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำและร่วมกระทำผิดด้วยกัน จำเลยที่ 2 จึงเป็นตัวการในการกระทำผิดฐานขายเมทแอมเฟตามีนด้วย ที่จำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้ในชั้นพิจารณาว่าจำเลยที่ 2 ไปช่วยติดตั้งเครื่องไฟขยายเสียง ขณะถูกจับจำเลยที่ 2 นอนหลับอยู่มิได้รู้เห็นในการขายเมทแอมเฟตามีนของจำเลยที่ 1 แต่อย่างใด แต่ในชั้นฎีกาจำเลยที่ 2 กลับฎีกาว่าจำเลยที่ 2 รับจ้างตัดหลอดพลาสติกโดยได้รับค่าจ้าง ดังนั้น ข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 จึงไม่อยู่กับร่องกับรอยไม่มีน้ำหนักรับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกับพวกมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในความครอบครองเพื่อขายและขายกับลงโทษตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง , 89 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ระบุมาตรา 83 แห่ง ป.อ. ไว้ยังไม่ถูกต้องเพราะจำเลยทั้งสามมิได้กระทำผิดโดยลำพัง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง , 89 พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง , 67 ประกอบด้วยมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2897/2543 พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นางสำลี พุกแก้ว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี · จำเลย - นางสำลี พุกแก้ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พีรพล จันทร์สว่าง · วิชัย ชื่นชมพูนุท · สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นางสาวเพชรน้อย สรรคบุรานุรักษ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายณรงค์ ธนะปกรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 917/2564ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 647/2563ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2936/2543ฎีกา 11/2539ฎีกา 635/2485ฎีกา 6344/2551ฎีกา 5957/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา