⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3447/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3447/2531

พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ม.4, 13, 89

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไว้ในครอบครองเพื่อขาย และการขายวัตถุนั้น ถือเป็นการกระทำกรรมเดียว หากการขายนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการมีไว้ในครอบครองเพื่อขาย

ย่อคำพิพากษา

มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ. 2518 ได้วิเคราะห์ศัพท์คำว่า "ขาย" ว่าหมายความรวมถึงจำหน่าย จ่าย แจก แลก เปลี่ยน ส่งมอบ หรือมีไว้เพื่อขาย ฉะนั้นการขายหรือมีไว้เพื่อขายตามนัยแห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงเป็นความผิดอย่างเดียวกัน เมื่อปรากฏว่าจำเลยมีแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์อันเป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไว้เพื่อขายจำนวน 5 เม็ดและจำเลยขายไป 4 เม็ดยังเหลืออยู่ที่ตัวจำเลยอีก 1 เม็ดแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์จำนวน 5 เม็ดดังกล่าว จึงเป็นจำนวนเดียวกันกับที่จำเลยขายและมีไว้ในครอบครองเพื่อขายในเวลาเดียวกันและต่อเนื่องกัน การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวคือการขายนั่นเอง หาใช่เป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อขายอีกกระทงหนึ่งไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.4 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.13 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.89

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ซึ่งเป็นเกลือของแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์จำนวน 5 เม็ด น้ำหนัก 1.15 กรัมไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วจำเลยขายให้แก่ผู้ซื้อจำนวน 4 เม็ด เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ 1 เม็ด ที่จำเลยมีไว้และเหลือจากการขายธนบัตรฉบับละ 20 บาท จำนวน 1 ฉบับ ฉบับละ 10 บาท จำนวน4 ฉบับ ที่จำเลยได้จากการขายวัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวเป็นเจ้าของขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 13, 89, 116 ริบแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ของกลางและคืนธนบัตรของกลางที่ใช้ทำการล่อซื้อแก่เจ้าของ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 13 ประกอบด้วยมาตรา 89 รวม 2 กระทง ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกจำเลยกระทงละ 5 ปีรวมจำคุก 10 ปี คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาล มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 ปี ริบวัตถุออกฤทธิ์ของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุข คืนธนบัตรของกลางให้แก่เจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อ 6 (ข) ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน พิเคราะห์แล้วพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ได้บัญญัติห้ามเฉพาะการผลิตขาย นำเข้า หรือส่งออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 หรือประเภท 2เท่านั้นว่ามีความผิดและมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 89 และในมาตรา 4แห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้วิเคราะห์ศัพท์คำว่า "ขาย" ว่าหมายความรวมถึงจำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ส่งมอบ หรือมีไว้เพื่อขายฉะนั้นการขายหรือมีไว้เพื่อขายตามนัยแห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงเป็นความผิดอย่างเดียวกัน คดีนี้ปรากฏว่าจำเลยมีแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์อันเป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไว้เพื่อขายจำนวน 5 เม็ด และจำเลยได้ขายแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ดังกล่าวให้แก่สิบตำรวจโทนเรศไปจำนวน4 เม็ด ยังเหลืออยู่ที่ตัวจำเลย 1 เม็ด แอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์จำนวน 4 เม็ดที่จำเลยขายให้แก่สิบตำรวจโทนเรศกับเจ้าหน้าที่ตำรวจค้นได้จากจำเลยอีก 1 เม็ด รวมทั้งสิ้นเป็น 5 เม็ด จึงเป็นแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์จำนวนเดียวกับที่จำเลยขายและมีไว้ในครอบครองเพื่อขายในเวลาเดียวกันและต่อเนื่องกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวคือการขายนั่นเอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ไว้ในครอบครองเพื่อขายอีกกระทงหนึ่งจึงไม่ถูกต้อง ฎีกาจำเลยฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐายขายวัตถุออกฤทธิ์ชนิดแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13, 89 เพียงกระทงเดียว ให้จำคุก5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3447/2531 พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด หล่มสัก โจทก์ นาย บุญ ช่วย ชู รักษา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด หล่มสัก · จำเลย - นาย บุญ ช่วย ชู รักษา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4825/2553ฎีกา 788/2545ฎีกา 3889/2543ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1955/2546ฎีกา 1093/2568ฎีกา 3146/2541ฎีกา 2365/2563ฎีกา 3637/2559ฎีกา 13379/2555ฎีกา 9026/2553ฎีกา 3120/2559ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 7570/2541ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ