⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1451/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1451/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องเรียกค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เป็นคนละประเด็นกับการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามกฎหมายจัดตั้งศาลแรงงาน

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์ในชั้นแรกขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ค่าเสียหาย และเงินโบนัส พร้อมทั้งดอกเบี้ย ต่อมาโจทก์แถลงไม่ติดใจเรียกค่าเสียหายและเงินโบนัสกับดอกเบี้ย คำขอท้ายฟ้องของโจทก์จึงเหลือเพียงข้อเดียวคือเรียกให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเพราะเลิกจ้างโจทก์อันเป็นการอาศัยสิทธิตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน หาใช่เป็นการ ฟ้อง ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการแรงงานสัมพันธ์ ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2515 ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์รับราชการในกรมไปรษณีย์โทรเลข แล้วโจทก์ได้โอนมาสังกัดกับจำเลย จำเลยได้กล่าวหาว่าโจทก์กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงตามข้อบังคับของจำเลย มีคำสั่งปลดโจทก์ออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชยและเงินโบนัส ต่อมาจำเลยร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญากับโจทก์ในข้อหาทุจริตต่อหน้าที่ เป็นเหตุให้โจทก์ถูกฟ้องคดีอาญา ศาลพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดแล้ว ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ค่าเสียหาย เงินโบนัส กับดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยมีคำสั่งปลดโจทก์เพราะโจทก์กระทำการทุจริตต่อหน้าที่และกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าชดเชย เงินโบนัสกับดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณาโจทก์แถลงว่า ไม่ติดใจเรียกค่าเสียหาย เงินโบนัสกับดอกเบี้ยจากจำเลย ก่อนสืบพยาน จำเลยยื่นคำแถลงขอให้ศาลมีคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลมีคำสั่งว่าจะได้วินิจฉัยสั่งในคำพิพากษา ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง ข้อเท็จจริงตามที่จำเลยนำสืบมาฟังไม่ได้ว่าโจทก์กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามข้อบังคับของจำเลย อันจะเป็นเหตุให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยอุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์หมายความว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม จึงเป็นการฟ้องโดยอาศัยสิทธิตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ แต่พระราชบัญญัติดังกล่าวเพิ่งประกาศใช้บังคับเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๒ ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์แล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีพิเคราะห์แล้วตามฟ้องของโจทก์ในชั้นแรกขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ค่าเสียหาย และเงินโบนัส พร้อมทั้งดอกเบี้ย ต่อมาโจทก์แถลงไม่ติดใจเรียกค่าเสียหายและเงินโบนัสกับดอกเบี้ย คำขอท้ายฟ้องของโจทก์จึงเหลือเพียงข้อเดียวที่ขอบังคับ คือเรียกให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเพราะเหตุที่เลิกจ้างโจทก์ โดยอ้างว่าจำเลยมีคำสั่งปลดโจทก์ออกจากงานเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๒๑ คำฟ้องของโจทก์ที่ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยนั้นอาศัยสิทธิตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ข้อ ๔๖, (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๑๗ ข้อ ๑ ซึ่งใช้บังคับอยู่ขณะที่เลิกจ้าง หาใช่เป็นการฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมตามมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ไม่ โจทก์จึงไม่อำนาจฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1451/2526 นายโชติ ปทุมมาศ โจทก์ การสื่อสารแห่งประเทศไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายโชติ ปทุมมาศ · จำเลย - การสื่อสารแห่งประเทศไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ขจร หะวานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · วรา ไวยหงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายฟอง แสวงธรรม · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6877/2544ฎีกา 7083/2548ฎีกา 2494/2553ฎีกา 685/2550ฎีกา 7154/2551ฎีกา 7903/2568ฎีกา 5396/2540ฎีกา 1221/2549ฎีกา 6258/2550ฎีกา 1117/2527ฎีกา 5111/2543ฎีกา 3202/2559ฎีกา 7044/2537ฎีกา 859/2527ฎีกา 58/2531ฎีกา 6252/2540ฎีกา 1850/2547ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 14399-14401/2553ฎีกา 15617/2558ฎีกา 3041/2531ฎีกา 5263/2545ฎีกา 352/2498ฎีกา 1352/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา