คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1549-1550/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 จะต้องเป็นการยักยอกทรัพย์ในฐานะผู้มีอาชีพและธุรกิจอันเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน มิใช่ความไว้วางใจส่วนตัวระหว่างผู้เสียหายและผู้กระทำผิด.
ย่อคำพิพากษา
การกระทำที่จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 จะต้องได้ความว่าผู้กระทำการยักยอกได้กระทำลงในฐานเป็นผู้มีอาชีพและธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน มิใช่เป็นเรื่องความไว้วางใจกันเองระหว่างผู้เสียหายกับผู้กระทำความผิด
ฟ้องโจทก์เพียงแต่บรรยายอาชีพของจำเลยว่ารับราชการเป็นทหารอากาศเป็นอาชีพที่ไว้วางใจของประชาชน เป็นฟ้องที่ไม่แสดงให้เห็นว่ากิจการที่โจทก์มอบหมายให้จำเลยไปจัดการนั้นเกี่ยวข้องกับอาชีพรับราชการเป็นทหารอากาศของจำเลยอย่างไรพอที่จะให้เข้าใจได้ว่าจำเลยกระทำความผิดในฐานเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจที่กล่าวในฟ้อง แต่กลับเข้าใจได้ว่าโจทก์มอบหมายให้จำเลยดำเนินการตามฟ้องเพราะมีความไว้วางใจกันเองโดยไม่เกี่ยวกับอาชีพหรือธุรกิจของจำเลยการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดตามที่โจทก์บรรยายฟ้องนั้น จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำลงในฐานเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นรวมการพิจารณาพิพากษา
โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า จำเลยที่ 1 รับราชการเป็นทหารอากาศเป็นอาชีพที่ไว้วางใจของประชาชน โจทก์ทั้งสองกับพวกได้มอบหมายให้จำเลยทั้งสองดำเนินการขอขยายเขตจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปยังหมู่ที่ 3 ที่ 4 โดยโจทก์กับพวกได้เฉลี่ยกันออกเงินค่าใช้จ่ายมอบให้จำเลยทั้งสองนำไปชำระแก่การไฟฟ้าจังหวัดปทุมธานี ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงการปักเสาและหม้อแปลง ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง โจทก์กับพวกจึงมอบหมายให้จำเลยทั้งสองรับเงินส่วนที่ลดลงคืนจากการไฟฟ้าจังหวัดปทุมธานี จำเลยทั้งสองรับคืนมาแล้วยักยอกไว้เป็นประโยชน์ของตนขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 353, 354
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้อง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองสำนวน
โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำที่จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 จะต้องได้ความว่าผู้กระทำการยักยอกได้กระทำลงในฐานเป็นผู้มีอาชีพและธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน มิใช่เป็นเรื่องความไว้วางใจกันเองระหว่างผู้เสียหายกับผู้กระทำความผิด ฟ้องของโจทก์ทั้งสองสำนวนเพียงแต่บรรยายอาชีพของจำเลยที่ 1 ว่ารับราชการเป็นทหารอากาศ เป็นอาชีพที่ไว้วางใจของประชาชนมิได้บรรยายถึงอาชีพหรือธุรกิจของจำเลยที่ 2 เป็นฟ้องที่ไม่แสดงให้เห็นว่ากิจการที่โจทก์ทั้งสองสำนวนกับพวกมอบหมายให้จำเลยทั้งสองไปจัดการนั้น เกี่ยวข้องกับอาชีพรับราชการทหารอากาศของจำเลยที่ 1 และเกี่ยวข้องกับอาชีพหรือธุรกิจของจำเลยที่ 2 อย่างไร พอให้เข้าใจได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดในฐานเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจที่กล่าวในฟ้อง กลับเข้าใจได้ว่าโจทก์ทั้งสองสำนวนกับพวกมอบหมายให้จำเลยทั้งสองดำเนินการตามฟ้องเพราะมีความไว้วางใจกันเองโดยไม่เกี่ยวกับอาชีพหรือธุรกิจของจำเลยทั้งสอง การกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำผิดตามที่โจทก์ทั้งสองสำนวนบรรยายฟ้องนั้น จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำลงในฐานเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1549 - 1550/2526
นายสมศักดิ์ เจริญส่ง โจทก์
พันจ่าอากาศเอกเอก ผลแสงศรี กับพวก จำเลย
นายเชาวลิตย์ จันทร์อยู่ โจทก์
พันจ่าอากาศเอกเอก ผลแสงศรี กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมศักดิ์ เจริญส่ง · จำเลย - พันจ่าอากาศเอกเอก ผลแสงศรี กับพวก · โจทก์ - นายเชาวลิตย์ จันทร์อยู่ · จำเลย - พันจ่าอากาศเอกเอก ผลแสงศรี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรีชา พานิชวงศ์ · ดำรง แจ่มสุธี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา