⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1578-1580/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1578-1580/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากข้อบังคับของบริษัทระบุว่า "บริษัทอาจจะพิจารณาจ่ายเงินทุนครบเกษียณอายุให้ก็ได้ ทั้งนี้แล้วแต่ดุลพินิจของบริษัท" การที่ลูกจ้างทำงานเกินกว่าสิบปีแล้วลาออกโดยเหตุจำเป็นและได้ทำความดีไว้แก่บริษัท จะมีสิทธิได้รับเงินทุนดังกล่าวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการใช้ดุลพินิจของบริษัท เว้นแต่บริษัทจะต่อสู้คดีว่าลูกจ้างมิได้ทำความดีอย่างมากไว้แก่บริษัท.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทำงานรับจ้างจำเลยมา 11 ปี 3 เดือนแล้วลาออก โจทก์มีสิทธิได้รับเงินสมทบทุนตามข้อบังคับของจำเลยจำเลยต่อสู้คดีด้วยเหตุข้อเดียวว่า โจทก์ต้องทำงานรับจ้างจำเลย 12 ปีจึงจะมีสิทธิรับเงินสมทบทุน ดังนี้ เมื่อข้อบังคับของจำเลยมีความว่า"ในกรณีที่พนักงานผู้ที่ทำงานมากับบริษัทเกินกว่าสิบปีแล้วลาออกก่อนเกษียณอายุโดยเหตุจำเป็นและพนักงานผู้นั้นได้ทำความดีไว้แก่บริษัทเป็นอย่างมาก บริษัทอาจจะพิจารณาจ่ายเงินทุนครบเกษียณอายุให้ก็ได้ ทั้งนี้แล้วแต่ดุลพินิจของบริษัท" โจทก์ซึ่งทำงานมาเกินกว่า10 ปีก็ต้องได้รับเงินสมทบทุนจากจำเลย เพราะจำเลยไม่เคยให้การต่อสู้คดีว่า โจทก์มิได้ทำความดีอย่างมากไว้แก่ บริษัทอันจะเป็นเหตุให้จำเลยใช้ดุลพินิจไม่จ่ายเงินสมทบทุนแก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.37 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ที่ ๑ ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ที่ ๑ เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเคยทำข้อตกลงที่จะจ่ายเงินสมทบเงินทุนครบเกษียณอายุสำหรับลูกจ้างที่ลาออกเมื่อทำงานมาครบ ๑๐ ปี โจทก์ที่ ๑ ทำงานมาแล้ว ๑๑ ปี ๓ เดือนจึงลาออกมีสิทธิได้รับเงินสมทบดังกล่าวจำเลยไม่ยอมจ่ายให้ โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ เป็นลูกจ้างประจำ โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ ทำงานติดต่อกันมาเกินกว่า ๑๐ ปี แล้วถูกจำเลยเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ มีสิทธิได้รับเงินสมทบทุนแต่จำเลยไม่ยอมจ่ายให้ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินสมทบทุนพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่โจทก์ที่ ๑ ลาออก และนับแต่วันที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า ตามระเบียบข้อบังคับของบริษัทจำเลยมีข้อตกลงที่จะจ่ายเงินสมทบทุนแก่พนักงานเมื่อทำงานมากับบริษัทครบ ๑๒ ปี โจทก์ที่ ๑ ฟ้องว่าโจทก์ที่ ๑ ทำงานกับบริษัทจำเลยมา ๑๑ ปี ๓ เดือน จึงไม่อยู่ในข้อตกลงที่จะจ่ายเงินสมทบทุนให้ได้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ เนื่องจากจำเลยต้องปรับปรุงกิจการประกอบกับภาวะทางเศรษฐกิจของจำเลยตกต่ำ จึงจำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงานบางส่วน ตามระเบียบข้อบังคับของบริษัทจำเลยไม่มีข้อตกลงที่จะต้องจ่ายเงินสมทบทุนให้แก่ลูกจ้างในกรณีที่บริษัทเลิกจ้างขอให้พิพากษายกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินสมทบทุนแก่โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ยกฟ้องของโจทก์ที่ ๑ โจทก์ที่ ๑ และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามฟ้องของโจทก์ที่ ๑ มีข้อความว่า โจทก์ที่ ๑ ทำงานรับจ้างจำเลยมา ๑๑ ปี ๓ เดือน มีสิทธิได้รับเงินสมทบทุนตามกฎข้อบังคับของจำเลย จำเลยต่อสู้คดีด้วยเหตุข้อเดียวว่า ตามกฎข้อบังคับดังกล่าวโจทก์ต้องทำงานรับจ้างจำเลย ๑๒ ปีจึงจะมีสิทธิรับเงินสมทบทุน กฎข้อบังคับของจำเลยมีข้อความว่า "ในกรณีที่พนักงานผู้ที่ทำงานมากับบริษัทเกินกว่าสิบปีแล้วลาออกก่อนครบเกษียณอายุโดยเหตุจำเป็น และพนักงานผู้นั้นได้ทำความดีไว้แก่บริษัทเป็นอย่างมาก บริษัทอาจจะพิจารณาจ่ายเงินทุนครบเกษียณอายุให้ก็ได้ ทั้งนี้แล้วแต่ดุลพินิจของบริษัท" เมื่อโจทก์ที่ ๑ ทำงานรับจ้างจำเลยมาเกินกว่า ๑๐ ปี โจทก์ที่ ๑ ก็ต้องได้รับประโยชน์คือได้รับเงินสมทบทุนจากจำเลยตามกฎข้อบังคับดังกล่าว จำเลยไม่เคยให้การต่อสู้คดีว่า โจทก์ที่ ๑ มิได้ทำความดีอย่างมากไว้แก่บริษัท อันจะเป็นเหตุให้จำเลยใช้ดุลพินิจไม่จ่ายเงินสมทบทุนแก่โจทก์ที่ ๑ ดังนั้นเมื่อโจทก์ที่ ๑ ทำงานรับจ้างจำเลยมาเกินกว่าสิบปีแล้วลาออก ต้องได้รับเงินสมทบทุนตามกฎข้อบังคับของจำเลย โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ รับจ้างจำเลยมาเกิน ๑๐ ปี เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ จึงเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎข้อบังคับซึ่งกำหนดไว้ว่า "หากเป็นการจำเป็นที่จะต้องเลิกจ้างพนักงานผู้ใด ฯลฯ หากพนักงานผู้นั้นมีสิทธิที่จะได้รับเงินทุนครบเกษียณอายุ บริษัทก็จ่ายเงินทุนรายนี้ให้ไปคราวเดียวกัน" กฎข้อบังคับชัดเจนอยู่แล้ว เมื่อจำเลยให้โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ ออกจากงานโดยโจทก์ทั้งสองมีคุณสมบัติที่จะได้รับเงินทุนครบเกษียณอายุอยู่ด้วย จำเลยก็ต้องจ่ายเงินสมทบทุนให้แก่โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายเงินสมทบทุนแก่โจทก์ที่ ๑ สำหรับดอกเบี้ยตามสำนวนไม่ปรากฏว่าโจทก์ที่ ๑ ได้ให้คำเตือนแก่จำเลยเมื่อใด หรือจำเลยผิดนัดเมื่อใด จึงให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีแก่โจทก์ที่ ๑ นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1578 - 1580/2526 นายวิรัตน์ ตรีเจริญ โจทก์ บริษัทอมัลกเมเต็ด เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิรัตน์ ตรีเจริญ · จำเลย - บริษัทอมัลกเมเต็ด เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วรา ไวยหงษ์ · ขจร หะวานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิทูรย์ สุทธิประภา · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2893/2540ฎีกา 360/2502ฎีกา 1961/2534ฎีกา 2749/2538ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 42/2498ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 8374/2547ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 647/2521ฎีกา 369/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 370/2506ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา