⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8374/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8374/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยขาดนัดพิจารณาคดีตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 40 วรรคสอง แล้วประสงค์จะให้มีการพิจารณาคดีใหม่ ต้องยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานภายในกำหนด 7 วันนับแต่วันมีคำสั่งตามมาตรา 41 โดยไม่อาจนำบทบัญญัติ ป.วิ.พ. มาตรา 199 จัตวา มาใช้บังคับได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลแรงงานกลางได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องซึ่งจดแจ้งรายการแห่งข้อหาและคำขอบังคับให้จำเลยทราบ และคำสั่งของศาลแรงงานกลางที่สั่งให้จำเลยมาศาลในการพิจารณาคดีในวันที่ 8 เมษายน 2546 เวลา 13.00 นาฬิการ ณ ภูมิลำเนาของจำเลย เป็นการส่งหมายเรียกกำหนดเวลาในการนัดพิจารณาคดีของศาลแรงงานกลางให้จำเลย และจำเลยได้รับไว้โดยชอบตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 37 แล้ว จำเลยไม่มาตามกำหนดนัดโดยไม่แจ้งเหตุที่ไม่มาให้ศาลทราบ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งในวันนัดพิจารณาคดีว่าจำเลยขาดนัดและพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวตามมาตรา 40 วรรคสอง หากจำเลยประสงค์จะให้มีการพิจารณาคดีใหม่ จำเลยต้องมาแถลงให้ศาลแรงงานกลางทราบถึงความจำเป็นที่ไม่อาจมาศาลได้ภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งตามมาตรา 41 ศาลแรงงานกลางจึงจะมีอำนาจไต่สวนถึงเหตุแห่งความจำเป็นของจำเลยที่ไม่อาจมาศาลได้ แต่จำเลยมายื่นคำร้องต่อศาลแรงงานเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2546 ซึ่งเกินกำหนด 7 วันดังกล่าวแล้ว กรณีนี้เป็นกรณีขาดนัดตามมาตรา 40 วรรคสอง ซึ่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 41 ได้บัญญัติถึงกรณีดังกล่าวไว้โดยชัดแจ้งแล้ว จึงไม่อาจนำบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 199 จัตวา มาใช้บังคับอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.37 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.40 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.41

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างที่ค้างชำระ 19,600 บาท และค่าชดเชย 252,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จและจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 165,200 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยขาดนัด ศาลพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคสอง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 252,000 บาท และจ่ายค่าจ้างที่ค้างชำระ 19,600 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จและจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 145,600 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคสอง เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2546 จำเลยจะต้องยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่เกิน 7 วัน จึงต้องห้ามตามมาตรา 41 ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์จำเลยมีว่า คำสั่งของศาลแรงงานกลางที่ให้ยกคำร้องของจำเลยชอบหรือไม่ คดีนี้ศาลแรงงานกลางได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องซึ่งจดแจ้งรายการแห่งข้อหาและคำขอบังคับให้จำเลยทราบ และคำสั่งของศาลแรงงานกลางที่สั่งให้จำเลยมาศาลในการพิจารณาคดีในวันที่ 8 เมษายน 2546 เวลา 13.00 นาฬิกา ณ ภูมิลำเนาของจำเลยเป็นการส่งหมายเรียกกำหนดเวลาในการนัดพิจารณาคดีของศาลแรงงานกลางให้จำเลย และจำเลยได้รับไว้โดยชอบตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 37 แล้ว จำเลยไม่มาตามกำหนดนัดโดยไม่แจ้งเหตุที่ไม่มาให้ศาลแรงงานกลางทราบ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งในวันนัดพิจารณาคดีคือเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2546 ว่าจำเลยขาดนัดและพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวตามมาตรา 40 วรรคสอง หากจำเลยประสงค์จะให้มีการพิจารณาคดีใหม่ จำเลยต้องมาแถลงให้ศาลแรงงานกลางทราบถึงความจำเป็นที่ไม่อาจมาศาลได้ภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งตามมาตรา 41 ศาลแรงงานกลางจึงจะมีอำนาจไต่สวนถึงเหตุแห่งความจำเป็นของจำเลยที่ไม่อาจมาศาลได้ แต่จำเลยมายื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลางเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2546 ซึ่งเกินกำหนด 7 วันดังกล่าวแล้วกรณีนี้เป็นกรณีขาดนัดตามมาตรา 40 วรรคสอง ซึ่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 41 ได้บัญญัติถึงกรณีดังกล่าวไว้โดยชัดแจ้งแล้ว จึงไม่อานจำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 จัตวา มาใช้บังคับอีก ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งมานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8374/2547 นายขวัญฟ้า ไชยพร โจทก์ บริษัททอมโก้ เอ็นจิเนีย์ริ่ง จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายขวัญฟ้า ไชยพร · จำเลย - บริษัททอมโก้ เอ็นจิเนีย์ริ่ง จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์ · อรพินท์ เศรษฐมานิต · จรัส พวงมณี
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4838/2548ฎีกา 6514/2543ฎีกา 2599/2541ฎีกา 5111/2543ฎีกา 3042-3043/2560ฎีกา 1323/2530ฎีกา 3005/2541ฎีกา 2049/2524ฎีกา 1773/2524ฎีกา 865-875/2530ฎีกา 2116-2118/2544ฎีกา 315-327/2543ฎีกา 7083/2544ฎีกา 23/2540ฎีกา 6805-6807/2544ฎีกา 5076/2537ฎีกา 2957-2966/2527ฎีกา 5764/2541ฎีกา 97/2549ฎีกา 2114/2527ฎีกา 8233-8236/2547ฎีกา 8247/2549ฎีกา 4812/2542ฎีกา 3195/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ