คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1817/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ที่แท้จริงซึ่งทางราชการออกให้ไปใช้กับรถยนต์คันอื่นที่ไม่ใช่รถยนต์ที่จดทะเบียนไว้กับแผ่นป้ายทะเบียนนั้น ไม่เป็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอม
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 1 นำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ที่แท้จริงซึ่งทางราชการออกให้เพื่อใช้กับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 2 ได้แจ้งเลิกใช้แล้วมาใช้กับรถยนต์ของกลาง การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 จำคุกคนละ 6 เดือน ลดโทษให้จำเลยที่ 1 หนึ่งในสาม คงจำคุก4 เดือน ริบแผ่นป้ายทะเบียน ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า รถยนต์ยี่ห้อดัทสันของกลางไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้นำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ น.ฐ. 12080 ซึ่งเป็นแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ยี่ห้อนิสสันของจำเลยที่ 2ซึ่งจำเลยที่ 2 แจ้งเลิกใช้แล้วมาติดเข้ากับรถยนต์ยี่ห้อดัทสันของกลาง แล้วบรรทุกของไปส่งจนกระทั่งถูกจับเป็นคดีนี้
ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานใช้เอกสาร (แผ่นป้ายทะเบียน)ปลอมนั้น พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าความผิดฐานใช้เอกสารปลอมจะเกิดขึ้นต่อเมื่อเอกสารที่ใช้นั้นเป็นเอกสารปลอม ดังนั้นปัญหาในเบื้องต้นจึงต้องวินิจฉัยว่า แผ่นป้ายทะเบียนของกลางเป็นแผ่นป้ายทะเบียนปลอมหรือไม่ ในข้อนี้เห็นว่าโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้ทำปลอมขึ้น และพยานโจทก์ที่นำสืบมายังเบิกความขัดกันในข้อสาระสำคัญอีกด้วย กล่าวคือ พันตำรวจโทนิกร จุณณวัตต์ เบิกความว่าแผ่นป้ายทะเบียนของกลางเป็นแผ่นป้ายทะเบียนจริง ส่วนร้อยตำรวจเอกสุราช อาจหาญ เบิกความว่า แผ่นป้ายทะเบียนของกลางมีลักษณะไม่เหมือนแผ่นป้ายทะเบียนของทางราชการเพราะไม่มีตราโล่ห์พิมพ์ไว้ เมื่อได้นำแผ่นป้ายทะเบียนของกลางไปสอบถามร้อยตำรวจเอกสำรวย ร้อยตำรวจเอกสำรวยยืนยันว่า แผ่นป้ายทะเบียนดังกล่าวทำขึ้นเองไม่ใช่ของทางราชการ แต่โจทก์ก็มิได้นำร้อยตำรวจเอกสำรวยมาเบิกความเป็นพยานต่อศาล คำเบิกความของร้อยตำรวจเอกสุราชที่ว่าแผ่นป้ายทะเบียนของกลางทำขึ้นเอง ไม่ใช่ของทางราชการ จึงเป็นเพียงคำบอกเล่า ไม่มีน้ำหนัก นอกจากนี้ยังปรากฏจากคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกสุราชซึ่งตอบคำถามค้านของทนายจำเลยด้วยว่าแผ่นป้ายของกลางไม่ได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ ดังนั้นข้อนำสืบของโจทก์จึงฟังไม่ได้ว่า แผ่นป้ายทะเบียนของกลางเป็นแผ่นป้ายทะเบียนปลอม เมื่อแผ่นป้ายทะเบียนของกลางมิใช่แผ่นป้ายทะเบียนปลอมข้อเท็จจริงจึงต้องฟังว่า จำเลยที่ 1 นำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ที่แท้จริงซึ่งทางราชการออกให้เพื่อใช้กับรถยนต์ยี่ห้อนิสสันของจำเลยที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 2 ได้แจ้งเลิกใช้แล้วมาใช้กับรถยนต์ของกลาง การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นความผิดฐานใช้เอกสาร (แผ่นป้ายทะเบียน) ปลอมแต่อย่างใด ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 3078/2525 คดีระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต โจทก์ นายดลตรี ไม่ม่าหมุด จำเลย"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1817/2526
อัยการนครปฐม โจทก์
นายชาตรี ม่วงศรีจันทร์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการนครปฐม · จำเลย - นายชาตรี ม่วงศรีจันทร์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสาท บุณยรังษี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา