⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2520/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2520/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของเจ้าพนักงานที่ดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารปลอม โดยรู้ว่าเป็นเอกสารปลอม ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 และมาตรา 157

ย่อคำพิพากษา

ใบอนุญาตทะเบียนรถมี 2 ฉบับ ฉบับต้นเก็บรักษาไว้ที่แผนกทะเบียนยานพาหนะ ฉบับปลายมอบให้เจ้าของรถ จำเลยเป็นตำรวจปฏิบัติหน้าที่อยู่ในแผนกทะเบียนยานพาหนะได้ลงรายการเสียภาษีประจำปีในใบอนุญาตทะเบียนรถฉบับปลาย และทำเรื่องราวโอนย้ายรถนั้นไปยังต่างจังหวัดทั้งๆที่ไม่มีใบอนุญาตทะเบียนรถฉบับต้นมาตรวจสอบและลงรายการคู่กันเป็นการส่อแสดงว่าจำเลยทราบอยู่แล้วว่าฉบับปลายเป็นเอกสารปลอม แต่ยังขืนดำเนินการให้แก่ผู้มาขอโอนไปจึงมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา268 และ มาตรา 157

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268, 157 ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 8 เดือน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่าใบอนุญาตทะเบียนรถเอกสารท้ายฟ้องหมาย ป.จ.12 เป็นเอกสารที่มีผู้ทำปลอมขึ้น จำเลยเป็นผู้เขียนกรอกรายการเสียภาษีประจำปีพ.ศ. 2520 ลงในเอกสารปลอมดังกล่าว และเขียนข้อความวิทยุข่าวส่งท้ายฟ้อง เอกสารหมาย ป.จ.18 เพื่อให้นายสมบูรณ์ เบ็ญจมาศโอนย้ายรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ช.ย.01933 ตามเอกสารหมาย ป.จ.12 เข้าไปใช้ในจังหวัดฉะเชิงเทราจริง จำเลยฎีกาว่าเอกสารที่ปลอมเป็นเอกสารของทางราชการ จำเลยปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาไม่ทราบว่าเอกสารดังกล่าวปลอม จำเลยไม่ต้องรับผิดจึงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้เพียงข้อเดียวว่า ที่จำเลยกรอกรายการเสียภาษีประจำปี พ.ศ. 2520 ลงในใบอนุญาตทะเบียนรถเอกสารหมายป.จ.12 และทำเรื่องราวให้นายสมบูรณ์นำรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียนช.ย.01933 ปลอมไปแจ้งการโอนย้ายต่อพันตำรวจโทปริญญา รุ่งพรหมานั้น จำเลยทราบหรือไม่ว่าใบอนุญาตทะเบียนรถ เอกสารหมาย ป.จ.12เป็นเอกสารปลอม ศาลฎีกาเห็นว่าพันตำรวจโทสมปอง พรหมคช พยานโจทก์เบิกความว่า เมื่อรับจดทะเบียนรถแล้วทางแผนกทะเบียนยานพาหนะจะจัดทำเอกสารเป็น 2 ฉบับ ฉบับแรกเรียกว่า ทร. 9-ต 10 ตัน มีลักษณะเช่นเดียวกับเอกสารหมาย ป.จ.1 (ประเด็นศาลจังหวัดชัยภูมิ) ส่วนอีกฉบับเรียกว่าทร. 9-ต 10 ปลาย หรือ ทร. 9-ต 11 ปลาย มีลักษณะเช่นเดียวกับเอกสารท้ายฟ้องหมาย ป.จ.12 แสดงว่าเมื่อแผนกทะเบียนยานพาหนะรับจดทะเบียนรถยนต์คันใดแล้วก็จะทำใบอนุญาตทะเบียนรถขึ้น 2 ฉบับมีข้อความตรงกันทุกประการ คือใบอนุญาตทะเบียนรถฉบับต้น ซึ่งเก็บรักษาไว้ที่แผนกทะเบียนยานพาหนะและใบอนุญาตทะเบียนรถฉบับปลายซึ่งมอบให้แก่เจ้าของรถยึดถือไว้ เมื่อมีการเสียภาษีประจำปี หรือเปลี่ยนแปลงรายการอย่างใด จ่าสิบตำรวจเสถียร บรรณสาร พยานโจทก์อีกปากหนึ่งเบิกความว่าเจ้าของรถจะต้องยื่นเรื่องราวพร้อมกับปลายทะเบียนต่อหัวหน้าฯ เมื่อค้นต้นทะเบียนและปลายทะเบียนตรงกันและเขียนเสร็จก็ส่งให้หัวหน้าไปแสดงว่าเมื่อได้รับใบอนุญาตทะเบียนรถฉบับปลายจากเจ้าของรถแล้วเจ้าหน้าที่ผู้ทำจะต้องค้นหาใบอนุญาตทะเบียนรถฉบับต้นซึ่งเก็บรักษาไว้ที่แผนกทะเบียนยานพาหนะออกมาตรวจสอบกับใบอนุญาตทะเบียนรถฉบับที่รับมาจากเจ้าของรถว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่ เมื่อตรวจถูกต้องแล้วจึงจะเขียนกรอกรายการเสียภาษีประจำปีหรือรายการที่เปลี่ยนแปลงลงในใบอนุญาตทะเบียนรถทั้งสองฉบับให้ตรงกันแล้วจึงคืนให้หัวหน้านำไปเสนอนายทะเบียนเพื่อลงชื่อต่อไป ดังนี้ที่นายสมบูรณ์ เบ็ญจมาศนำเอาใบอนุญาตทะเบียนเอกสารหมาย ป.จ.12 มายื่นเสียภาษีประจำปีพ.ศ. 2520 และขอโอนรถไปใช้ในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรานั้น แม้จำเลยจะนำสืบว่านายสมบูรณ์ เบ็ญจมาศ นำมายื่นต่อจ่าสิบตำรวจเลื่อน ฤาชาซึ่งเป็นหัวหน้า แล้วจ่าสิบตำรวจเลื่อน ฤาชาส่งให้จำเลยเป็นผู้ดำเนินการก็ดี จำเลยก็มีหน้าที่ที่จะต้องค้นหาใบอนุญาตทะเบียนรถฉบับค้นซึ่งเก็บอยู่ที่แผนกทะเบียนยานพาหนะมาตรวจสอบกับเอกสารหมาย ป.จ.12เสียก่อนว่าถูกต้องตรงกันแล้วจึงจะลงรายการไว้ทั้งสองฉบับเสร็จแล้วจึงจะคืนให้จ่าสิบตำรวจเลื่อนนำไปเสนอนายทะเบียนต่อไป แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า เอกสารหมาย ป.จ.12 เป็นเอกสารปลอม ไม่มีใบอนุญาตทะเบียนรถฉบับต้นที่ตรงกัน จำเลยซึ่งรับราชการปฏิบัติหน้าที่อยู่ในแผนกทะเบียนยานพาหนะมานานหลายปี ย่อมทราบระเบียบปฏิบัติเป็นอย่างดีเมื่อจำเลยลงรายการเสียภาษีประจำปี พ.ศ. 2520 ในเอกสารหมาย ป.จ.12และทำเรื่องราวโอนย้ายรถยนต์บรรทุกตามทะเบียนดังกล่าวไปยังจังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใบอนุญาตทะเบียนรถฉบับต้นของเอกสารหมายป.จ.12 มาตรวจสอบและลงรายการคู่กันเช่นนี้ เป็นการส่อแสดงว่าจำเลยทราบอยู่แล้วว่า เอกสารหมาย ป.จ.12 เป็นเอกสารปลอม แต่จำเลยก็ยังขืนดำเนินการให้นายสมบูรณ์ เบ็ญจมาศ ไป จำเลยจึงมีความผิด" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2520/2526 อัยการฉะเชิงเทรา โจทก์ จ่าสิบตำรวจถวิล มุ่งลือ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการฉะเชิงเทรา · จำเลย - จ่าสิบตำรวจถวิล มุ่งลือ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย วุฒิจำนงค์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 415/2469ฎีกา 90/2468ฎีกา 2639-2641/2517ฎีกา 2918/2522ฎีกา 98/2537ฎีกา 414/2531ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5973/2537ฎีกา 3935/2550ฎีกา 955/2512ฎีกา 2907/2526ฎีกา 468/2566ฎีกา 313/2526ฎีกา 198/2564ฎีกา 3911/2568ฎีกา 605/2511ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1680/2532ฎีกา 4076/2534ฎีกา 7281/2537ฎีกา 852/2538ฎีกา 4048/2528ฎีกา 4392/2531ฎีกา 2766/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา