⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3035/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3035/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองปรปักษ์ที่ดินมีโฉนด หากผู้ครอบครองได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์แล้ว ย่อมมีสิทธิฟ้องแย้งขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกได้ร่วมกันล้อมรั้วตามคันสวนซึ่งจำเลยทำรุกล้ำเข้ามาในที่ดินมีโฉนดของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทำลายคันสวนและรื้อรั้วออกไป จำเลยให้การว่าได้ครอบครองที่พิพาทโดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลา 20 ปีเศษ จึงได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ และฟ้องแย้งขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย คดีจึงมีข้อพิพาทว่าโจทก์หรือจำเลยเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยแท้จริงหากฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องแย้งขอให้ศาลพิพากษาแสดงกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้แก่จำเลยได้ ฟ้องแย้งของจำเลยจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมโดยตรง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๑๐ จำเลยกับพวกได้ร่วมกันล้อมรั้วตามคันสวนซึ่งจำเลยทำรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ด้านที่ติดกับที่ดินของจำเลยเป็นเนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน ขอให้บังคับจำเลยทำลายคันสวนและรื้อถอนรั้วออกไปให้พ้นจากที่ดินโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยได้ครอบครองที่ดินส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๑๐ เป็นเนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งานเศษ โดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลา ๒๐ ปีเศษ โดยเข้าใจว่าเป็นที่ดินของจำเลย จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ ขอให้ยกฟ้องโจทก์และสั่งว่ากรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๑๐ เนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งานเศษ ที่จำเลยครอบครองเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ศาลชั้นต้นสั่งรับคำให้การ แต่ไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองเพราะไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้รับฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกได้ร่วมกันล้อมรั้วตามคันสวนซึ่งจำเลยทำรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ ๓๑๐ ด้านที่ติดกับที่ดินของจำเลยเป็นเนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองทำลายคันสวนและรื้อรั้วออกไปจากที่พิพาท จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีว่า จำเลยทั้งสองได้ครอบครองที่พิพาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๑๐ เป็นเนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งานเศษ โดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลา ๒๐ ปีเศษ จึงได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้ศาลพิพากษาว่า กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๑๐ เนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งานเศษ ที่จำเลยครอบครองเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยทั้งสอง ดังนี้ เห็นได้ชัดแจ้งว่าฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองมิใช่เป็นเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม หากแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมโดยตรง เพราะคู่ความโต้เถียงกันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ซึ่งการที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาดบังคับให้จำเลยทั้งสองปฏิบัติตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ก็จำต้องพิจารณาในปัญหาข้อพิพาทที่ว่า โจทก์หรือจำเลยทั้งสองฝ่ายใดเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยแท้จริง หากคดีฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ดังที่ต่อสู้ จำเลยก็ย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องแย้งขอให้ศาลพิพากษาแสดงกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้แก่จำเลยทั้งสองได้ เพราะฟ้องของโจทก์มีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิของจำเลยทั้งสองแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3035/2526 นางสมัย นนทนาคร โจทก์ พันเอกเฉลิม ศัตรูลี้ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมัย นนทนาคร · จำเลย - พันเอกเฉลิม ศัตรูลี้ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · เสนอ ศรนิยม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปทุมธานี · ศาลอุทธรณ์ - นายปลื้ม โชติษฐยางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3375/2532ฎีกา 2749/2538ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 5473/2548ฎีกา 22/2511ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 4415/2528ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 307/2513ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 4484/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา