⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3849/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3849/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบอกเลิกสัญญาเช่านาตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา จะต้องปฏิบัติตามมาตรา 35 โดยผู้ให้เช่าต้องแจ้งเป็นหนังสือพร้อมเหตุแห่งการบอกเลิกไปยังผู้เช่า และส่งสำเนาต่อประธานคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำตำบลเพื่อพิจารณา.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่นาพิพาทที่จำเลยเช่าโดยอ้างว่าจำเลยปลูกบ้านอยู่อาศัยและทำเป็นร้านค้าอย่างถาวร อันเป็นการใช้ประโยชน์อย่างอื่นนอกจากการทำนา โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ การที่จะบอกเลิกการเช่านาตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา มาตรา 32 (3) จะต้องปฏิบัติตาม มาตรา 35 กล่าวคือโจทก์ผู้ให้เช่านาต้องแจ้งเป็นหนังสือพร้อมทั้งแสดงเหตุแห่งการบอกเลิกไปยังจำเลยและส่งสำเนาหนังสือนั้นต่อประธานคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำตำบลเพื่อพิจารณาก่อนว่ามีเหตุสมควรหรือไม่อย่างไร โดยให้ผู้เช่ามีโอกาสคัดค้านด้วย การที่คณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำตำบลและประจำจังหวัดมีคำวินิจฉัยและมีมติให้จำเลยออกจากที่นาพิพาท อันเป็นการวินิจฉัยในเหตุอื่นซึ่งเป็นเรื่องนอกเหนือจากคำฟ้องของโจทก์ ไม่มีผลทำให้การบอกเลิกการเช่านาพิพาทของโจทก์เป็นไปโดยชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.32 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.35 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.50

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวสำเนียง จำเลยทั้งสองเช่าที่ดินมรดกทำนา โจทก์จะขายที่นาดังกล่าวจึงได้มีหนังสือบอกขายให้จำเลยทั้งสองและมีหนังสือข้อความอย่างเดียวกันถึงนายอำเภอคลองหลวง จำเลยทั้งสองไม่แสดงเจตนาจะซื้อเป็นอันหมดสิทธิที่จะซื้อที่นาดังกล่าวและหมดสิทธิที่จะเช่าที่นานี้ต่อไป ทั้งจำเลยทั้งสองยังปลูกบ้านมีบริเวณ ๒ ไร่เศษและทำเป็นร้านค้าอย่างถาวร เป็นการใช้ประโยชน์อย่างอื่นนอกจากการทำนาโดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ เป็นการผิดสัญญาเช่านาและผิดวัตถุประสงค์ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยทั้งสองอาศัยปลูกบ้านและทำนาอีกต่อไปจึงบอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป จำเลยทั้งสองเพิกเฉยขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไปจากที่นาของโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ฟ้องคดีโดยยังไม่ครบกำหนดอายุการเช่าแม้จำเลยไม่ซื้อที่นาจำเลยก็มีสิทธิเช่าที่นาแปลงนี้จากผู้ซื้อ จำเลยปลูกบ้านอยู่อาศัยโดยมีข้อตกลงและได้รับความยินยอมจากนางสาวสำเนียง จึงไม่เป็นการผิดสัญญาเช่านาและผิดวัตถุประสงค์ ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา โจทก์มิได้บอกเลิกการเช่านาโดยอ้างว่าจำเลยทั้งสองปลูกบ้านอยู่อาศัยต่อคณะกรรมการควบคุมการเช่านา เป็นการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากที่นาพิพาทโดยให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไปด้วย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้เช่าที่นาตามโฉนดเลขที่ ๑๑ เนื้อที่ ๕๐ ไร่ ของนางสาวสำเนียงมาแต่เดิม โดยจำเลยทั้งสองได้ปลูกบ้านอยู่อาศัยและปลูกร้านค้าในที่นาแปลงนี้เป็นเนื้อที่ ประมาณ ๒ ไร่เศษ โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวสำเนียงตามคำสั่งศาล โจทก์ได้ทำหนังสือแจ้งความประสงค์จะขายที่นาดังกล่าวเป็นเงิน ๖๕๐,๐๐๐ บาท กำหนดชำระเงินงวดเดียวในวันโอนกรรมสิทธิ์ ให้จำเลยทั้งสองทราบและได้มีหนังสือข้อความอย่างเดียวกันถึงนายอำเภอคลองหลวงด้วย จำเลยทั้งสองได้รับทราบแล้วไม่แสดงเจตนาจะซื้อที่นาดังกล่าว โจทก์มอบหมายให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไป จำเลยทั้งสองได้รับทราบแล้วเพิกเฉย โจทก์จึงฟ้องเป็นคดีนี้ แล้ววินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าโจทก์บอกเลิกการเช่านาพิพาทชอบหรือไม่ว่า กรณีของโจทก์เป็นการบอกเลิกการเช่านาก่อนสิ้นกำหนดระยะเวลาการเช่าอันเนื่องมาจากจำเลยทั้งสองผู้เช่านาใช้ที่นาเพื่อการอื่นนอกจากการทำนา โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์หรือทำให้สภาพของนาเปลี่ยนแปลงหรือเป็นอุปสรรคต่อการปลูกข้าวหรือพืชไร่ ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๓๒(๓) ซึ่งการบอกเลิกจะต้องปฏิบัติตาม มาตรา ๓๕ กล่าวคือ โจทก์ผู้ให้เช่านาต้องแจ้งเป็นหนังสือพร้อมทั้งแสดงเหตุแห่งการบอกเลิกการเช่าไปยังจำเลยทั้งสอง และส่งสำเนาหนังสือนั้นต่อประธานคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำตำบล เพื่อให้คณะกรรมการควบคุมการเช่านาได้พิจารณาก่อนว่ามีเหตุสมควรหรือไม่อย่างไร โดยให้ผู้เช่านาคือจำเลยทั้งสองมีโอกาสคัดค้านด้วย แต่โจทก์เพียงแต่มอบให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนบ้านออกไปจากที่นาพิพาทโดยโจทก์มิได้ส่งสำเนาหนังสือบอกกล่าวข้างต้นไปให้ประธานคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำตำบลคลองห้า เพื่อดำเนินการวินิจฉัยในเรื่องนี้ตามวิธีการอันเป็นขั้นตอนดังกล่าวแต่อย่างใด คำวินิจฉัยของคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำตำบลคลองห้าและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำจังหวัดปทุมธานี ก็เป็นการวินิจฉัยในเหตุอื่นซึ่งเป็นเรื่องนอกเหนือจากคำฟ้องของโจทก์ ไม่มีผลทำให้การบอกเลิกการเช่านาพิพาทของโจทก์ในคดีนี้เป็นไปโดยชอบ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3849/2526 พระภิกษุแจ่ม ธัญญาวาส โจทก์ นายแสวง สุขสมทิพย์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พระภิกษุแจ่ม ธัญญาวาส · จำเลย - นายแสวง สุขสมทิพย์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิติ บูรพรรณ์ · ประสม ศรีเจริญ · ธรรมสถิตย์ ธีรกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายประคอง มากมิ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายเสวก จันทร์ผ่อง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3484/2525ฎีกา 2115/2519ฎีกา 1051/2521ฎีกา 810/2523ฎีกา 1051/2522ฎีกา 2298/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา