คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2115/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เช่านาที่เช่าก่อนพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 ใช้บังคับ และไม่ได้ทำหนังสือสัญญาเช่าหรือกำหนดเวลาเช่า ย่อมมีสิทธิเช่านาต่อไปมีกำหนด 6 ปีนับแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2517 และมีสิทธิครอบครองนาที่เช่าโดยผลแห่งกฎหมาย การเช่าจะสิ้นสุดลงเมื่อผู้เช่าไม่ประสงค์จะเช่าต่อไป หรือผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาเมื่อมีเหตุตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ผู้เสียหายได้เช่านาจำเลยก่อนพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 ใช้บังคับ ไม่ได้ทำหนังสือสัญญาเช่าต่อกัน และไม่ได้กำหนดเวลาเช่า เมื่อพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 ใช้บังคับแล้ว ผู้เสียหายจึงมีสิทธิ์ในการเช่านามีกำหนด 6 ปีนับแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2517 (วันถัดจากวันประกาศใช้พระราชกิจจานุเบกษา) และเมื่อผู้เสียหายมีฐานะเป็นผู้เช่านา ย่อมมีสิทธิ์ครอบครองนาที่เช่าโดยผลแห่งกฎหมายนั้น การเช่าจะยุติหรือสิ้นผลก็ต่อเมื่อผู้เช่า (ผู้เสียหาย) ไม่ประสงค์จะเช่าต่อไป หรือผู้ให้เช่าใช้สิทธิ์บอกเลิกเมื่อมีเหตุตามมาตรา 32 เท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าผู้เสียหายเช่านาจำเลยก่อนพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ ใช้บังคับ โดยมีกำหนดเวลาเช่าต่ำกว่า ๖ ปี เมื่อพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ ใช้บังคับแล้ว ผู้เสียหายยังประสงค์จะเช่านาต่อไป แต่จำเลยเข้าถือการครอบครองที่ดินที่ให้ผู้เสียหายเช่า ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๒๘, ๔๕ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นสืบผู้เสียหาย ๑ ปากแล้วสั่งงดสืบพยาน โดยวินิจฉัยว่า กรณีไม่ใช่เป็นเรื่องบุกรุกหรือเป็นเรื่องที่ผู้เสียหายได้รับประโยชน์จากนาที่เช่าลดน้อยกว่าที่กำหนดไว้ในการเช่า หรือน้อยกว่าสิทธิ์ที่ผู้เช่านามีอยู่ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๒๘, ๔๕ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาใหม่
จำเลยฎีกาขอให้พิพากษายกฟ้อง
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ผู้เสียหายเช่านาจำเลยก่อนพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ ใช้บังคับโดยไม่ได้ทำหนังสือสัญญาเช่าต่อกัน และมิได้กำหนดเวลาเช่า ซึ่งตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๔๖ บัญญัติว่าการเช่านาซึ่งกระทำไว้ก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้าไม่มีกำหนดเวลาหรือกำหนดเวลาต่ำกว่า ๖ ปี ให้การเช่านารายนั้นมีกำหนด ๖ ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เว้นแต่ผู้เช่านาไม่ประสงค์จะเช่านาต่อไป ผู้เสียหายจึงมีสิทธิ์ในการเช่านามีกำหนด ๖ ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านาใช้บังคับ และเมื่อผู้เสียหายมีฐานะเป็นผู้เช่านา ผู้เสียหายย่อมมีสิทธิ์ครอบครองนาที่เช่าโดยผลแห่งกฎหมายนั้น การเช่าจะยุติหรือสิ้นผลก็ต่อเมื่อผู้เช่าคือผู้เสียหายไม่ประสงค์จะเช่าต่อไปหรือผู้ให้เช่าใช้สิทธิ์บอกเลิกเมื่อมีเหตุตามมาตรา ๓๒ เท่านั้น จึงควรฟังข้อเท็จจริงต่อไป ไม่ควรด่วนวินิจฉัยและพิพากษายกฟ้องโจทก์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2115/2519
พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์
นายพงษ์ศักดิ์ ขลิบปั้น ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท · ล. - นายพงษ์ศักดิ์ ขลิบปั้น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ขจร หะวานนท์ · สนับ คัมภีรยส · ภิญโญ ธีรนิติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยนาท - นายไพริน มะนุญพร · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า อำพันแสง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา