คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1051/2521
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบอกเลิกสัญญาเช่านาต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 กำหนดไว้ การฟ้องคดีต่อศาลไม่ถือเป็นการแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาเช่านาตามกฎหมายดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ได้บัญญัติเรื่องการบอกเลิกการเช่านาไว้เป็นพิเศษ โจทก์จะถือเอาคำฟ้องเป็นการแสดงเจตนาบอกเลิกการเช่านาหาได้ไม่ เมื่อโจทก์ไม่ปฏิบัติตามที่พระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดไว้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเลิกการเช่า
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.32 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.35 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.46
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่านาของโจทก์มาตั้งแต่ครั้งนาเป็นของบิดาโจทก์บิดาโจทก์ถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2518 จำเลยไม่ชำระค่าเช่าสำหรับปี พ.ศ. 2517 จำเลยคงทำนาต่อมาโดยไม่มีสัญญาเช่า และไม่เคยชำระค่าเช่าแก่โจทก์จนบัดนี้ ครั้นเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2519 จำเลยขุดบ่อในที่นาโดยไม่มีสิทธิและอำนาจอันชอบด้วยกฎหมายได้ห้ามปรามแล้วจำเลยไม่เชื่อฟัง ฯลฯ โจทก์เห็นว่าการกระทำของจำเลยนอกจากจะเป็นการรบกวนสิทธิของโจทก์แล้วยังเป็นการใช้นาที่เช่าเพื่อการอย่างอื่น จำเลยไม่ทำนาให้เต็มที่เช่า ไม่ชำระค่าเช่าสองปีติดต่อกัน จำเลยจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 โจทก์มีสิทธิบอกเลิกการเช่านาก่อนครบกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายได้โจทก์ขอถือเอาคำฟ้องเป็นการบอกเลิกการเช่านาในฤดูทำนาปี พ.ศ. 2519 ฯลฯ ขอให้บังคับจำเลย ฯลฯ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่นาของโจทก์และขอให้พิพากษาว่าสัญญาเช่านาระหว่างโจทก์จำเลยสิ้นสุดลงในฤดูทำนาปี พ.ศ. 2519 ฯลฯ
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยค้างค่าเช่านาสองปีติดต่อกัน โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกการเช่า ฯลฯ
ชั้นชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
คดีมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะปัญหาว่า โจทก์มีสิทธิถือเอาคำฟ้องเป็นการบอกเลิกการเช่านารายพิพาทกับจำเลยโดยไม่ต้องปฏิบัติตามที่พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 35 กำหนดไว้ได้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าในปี พ.ศ. 2517 อันเป็นเวลาที่พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517ใช้บังคับ จำเลยได้เช่านาพิพาทตลอดมาโดยไม่ได้ทำหนังสือสัญญาเช่าและไม่ได้กำหนดเวลาเช่าไว้ จำเลยผู้เช่าจึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 46 ให้การเช่านาพิพาทมีกำหนดเวลาหกปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ คือวันที่ 18 ธันวาคม 2517เป็นต้นไป การเช่านาพิพาทยังไม่ครบกำหนดระยะเวลาการเช่า โจทก์ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกการเช่านาก่อนสิ้นกำหนดระยะเวลาการเช่านาไม่ได้ เว้นแต่ในเหตุที่บัญญัติไว้ตามมาตรา 32(1) ถึง (8) ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ โจทก์อ้างเหตุบอกเลิกการเช่านาว่าจำเลยไม่ชำระค่าเช่านาสองปีติดต่อกัน และจำเลยขุดบ่อในที่พิพาท เป็นการใช้นาที่เช่าเพื่อการอื่น แม้เหตุที่อ้างจะเป็นเหตุตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 32(1)(3) ที่โจทก์มีสิทธิบอกเลิกการเช่าได้ก่อนสิ้นกำหนดระยะเวลาการเช่านา แต่โจทก์จะต้องปฏิบัติตามที่พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 35 กำหนดไว้ ฯลฯ พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 ได้บัญญัติเรื่องการบอกเลิกการเช่านาไว้เป็นพิเศษ โจทก์จะถือเอาคำฟ้องเป็นการแสดงเจตนาบอกเลิกการเช่านาหาได้ไม่เมื่อโจทก์ไม่ปฏิบัติตามที่พระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดไว้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเลิกการเช่า ฯลฯ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1051/2521
นายละออ ศรีโสภา โจทก์
นายแฉล้ม ช่ำชอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายละออ ศรีโสภา · จำเลย - นายแฉล้ม ช่ำชอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุจริต เสถียรกาล · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สนิท อังศุสิงห์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา