⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2459/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2459/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์มอบที่นาให้จำเลยทำนา โดยโจทก์จัดหาพันธุ์ข้าว ปุ๋ย และดูแลรักษาที่นา ส่วนจำเลยออกแรงทำนาและแบ่งผลผลิต ถือเป็นการเช่าที่ดินเพื่อทำนาตามกฎหมาย ไม่ใช่การจ้างทำนา การเช่านาเพื่อทำนาไม่จำต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ จึงไม่เป็นโมฆะ แม้จะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ให้จำเลยทำนาในที่นาของโจทก์โดยโจทก์เป็นผู้จัดหาพันธุ์ข้าวและปุ๋ย เป็นผู้เสียภาษีบำรุงท้องที่และซ่อมแซมพนังกั้นน้ำเพื่อป้องกันมิให้ข้าวในนาเสียหาย ส่วนจำเลยเป็นผู้ออกแรง ไถคราด ตกกล้า ปักดำ เก็บเกี่ยวและนวดข้าว โดยใช้อุปกรณ์การทำนาของจำเลยเมื่อทำนาได้ข้าวแล้ว ตวงเอาข้าวจำนวนหนึ่งไว้เป็นพันธุ์ข้าวในปีต่อไป ข้าวที่เหลือแบ่งกันคนละครึ่งระหว่างโจทก์จำเลย หากปีใดการทำนาไม่ได้ผลต่างไม่ต้องเสียอะไรให้แก่กัน การที่โจทก์มอบนาให้จำเลยทำและได้รับข้าวเป็นค่าตอบแทนเช่นนี้ ถือว่าเป็นการเช่าที่ดินเพื่อทำนาตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 มาตรา 4 หาใช่เป็นการจ้างจำเลยทำนาไม่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 บัญญัติว่า เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญท่านว่าจะฟ้องร้องบังคับคดีหาได้ไม่ ตามบทบัญญัตินี้หาได้บัญญัติให้การเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือตกเป็นโมฆะไม่ และตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 มาตรา 4 การเช่านาเพื่อทำนาไม่จำต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ดังนั้น การเช่านาของจำเลยจากโจทก์แม้จะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ก็ไม่เป็นโมฆะ โจทก์ให้จำเลยเช่าที่ดินเพื่อทำนาโดยไม่มีกำหนดเวลาไว้ก่อนพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ใช้บังคับ จำเลยมีสิทธิเช่าทำนาในที่ดินดังกล่าวต่อไปอีก 6 ปี ตามมาตรา 46

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.4 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.46

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าได้จ้างจำเลยทำนาในที่ของโจทก์มาประมาณ ๒๒ ปีแล้ว ต่อมาเมื่อเสร็จฤดูการทำนาปี ๒๕๑๗ จำเลยกลับอ้างเอาการรับจ้างทำนาว่าเป็นการเช่านาและบังคับให้ผู้ดูแลนาของโจทก์รับเอาข้าวเปลือกเป็นค่าเช่าไร่ละ ๑๐ ถัง ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์เห็นว่าจำเลยกระทำผิดวัตถุประสงค์จึงบอกเลิกการจ้าง และให้จำเลยออกไปจากที่พิพาท แต่จำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้ขับไล่จำเลย จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่ได้ว่าจ้างจำเลยทำนา จำเลยเช่านาโจทก์ทำนามาเป็นเวลา ๒๐ ปีเศษ เมื่อพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.๒๕๑๗ ประกาศใช้แล้ว โจทก์ประสงค์เอาเปรียบจำเลยจึงบิดเบือนจากการเช่าเป็นการว่าจ้างจำเลยทำนา ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การทำนาของจำเลยเป็นการเช่านาจำเลยมีสิทธิทำนาต่อไปตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.๒๕๑๗ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ให้จำเลยทำนานี้ ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยนำสืบรับกันมาฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้ออกแรง ไถ คราด ตกกล้า ปักดำ เก็บเกี่ยว และนวดข้าว โดยอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำนาเป็นของจำเลยส่วนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของนาเป็นผู้จัดหาพันธุ์ข้าว ปุ๋ย และเป็นผู้เสียภาษีบำรุงท้องที่จัดซ่อมแซมพนังกั้นน้ำเพื่อป้องกันมิให้ข้าวในนาเสียหาย เมื่อทำนาได้ข้าวแล้วตวงเอาข้าวจำนวนหนึ่งไว้เป็นพันธุ์ข้าวในปีต่อไป ข้าวที่เหลือนอกนั้นแบ่งกันคนละครึ่งระหว่างโจทก์จำเลย หากปีใดการทำนาไม่ได้ผลต่างไม่ต้องเสียอะไรให้แก่กัน แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดว่าโจทก์ให้จำเลยเช่านาก็ตาม การที่โจทก์มอบนาให้จำเลยทำและได้รับข้าวเป็นค่าตอบแทนเช่นนี้ ย่อมเป็นการเช่าที่ดินเพื่อทำนาตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.๒๕๑๗ มาตรา ๔ หาใช่ลักษณะสัญญาจ้างไม่ ที่โจทก์ฎีกาว่าถ้าฟังว่าเป็นการเช่าแล้ว การเช่าก็ตกเป็นโมฆะมาแต่แรกเพราะมิได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๕๓๘ บัญญัติว่า เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องบังคับคดีหาได้ไม่ ตามบทบัญญัตินี้หาได้บัญญัติให้การเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือตกเป็นโมฆะไม่ เมื่อพิจารณาพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.๒๕๑๗ มาตรา ๔ ประกอบด้วยแล้วย่อมจะเห็นได้ว่า การเช่านาเพื่อทำนาแม้จะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็อยู่ในความหมายของคำว่าการเช่านาตามกฎหมายดังกล่าว การเช่านาของจำเลยจากโจทก์จึงหาตกเป็นโมฆะไม่ โจทก์ให้จำเลยเช่าที่ดินเพื่อทำนาโดยไม่มีกำหนดเวลาไว้ก่อนพระราชควบคุมการเช่านา พ.ศ.๒๕๑๗ ใช้บังคับ จำเลยมีสิทธิเช่าทำนาในที่ดินของโจทก์ต่อไปอีก ๖ ปี ตามมาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.๒๕๑๗ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2459/2520 นายสุจิตร มินสุวรรณ ผู้รับมอบอำนาจจากพันตำรวจโทประพันธ์ จันทรินทุ โจทก์ นายก๋อง วงศ์จันทร์เสือ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุจิตร มินสุวรรณ ผู้รับมอบอำนาจจากพันตำรวจโทประพันธ์ จันทรินทุ · ล. - นายก๋อง วงศ์จันทร์เสือ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประภาศน์ อวยชัย · ชลูตม์ สวัสดิทัต · พัลลภ สังโขบล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำพูน - ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปสพ นพรัมภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 1111/2494ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1036/2506ฎีกา 506/2493ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 247/2529ฎีกา 1593/2524ฎีกา 46-48/2522ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1061/2511ฎีกา 1616/2522ฎีกา 5911-5913/2533ฎีกา 2509/2555ฎีกา 2160/2518ฎีกา 3714/2524ฎีกา 136/2503ฎีกา 426/2501ฎีกา 374/2510ฎีกา 1376/2512ฎีกา 41/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา