⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 136/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 136/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนมีผลผูกพันเพียง 3 ปี แต่หากผู้เช่ายังคงเช่าต่อไปหลังจากครบกำหนด 3 ปี ให้ถือว่าสัญญาเช่าเป็นอันทำต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา โดยข้อสัญญาอื่น ๆ ยังคงมีผลบังคับใช้ตามสัญญาเดิม

ย่อคำพิพากษา

หนังสือสัญญาเช่าที่โจทก์จำเลยทำกันมีกำหนดระยะเวลา 5 ปี แต่มิได้นำไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หาตกเป็นโมฆะไม่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 538 ให้ฟ้องร้องบังคับคดีได้เพียง 3 ปี แต่เมื่อครบกำหนด 3 ปีแล้ว จำเลยผู้เช่ายังคงอยู่ในห้องเช่าต่อมา ตามมาตรา 570 ให้ถือว่า คู่สัญญาเป็นอันทำสัญญาใหม่ ต่อไปไม่มีกำหนดเวลา คู่สัญญามีสิทธิบอกเลิกสัญญาเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ แต่ข้อสัญญาอื่น ๆ คงเป็นไปตามหนังสือสัญญาเช่าเดิม ฉะนั้น เมื่อโจทก์จำเลยตกลงกันไว้ว่า ถ้าครบกำหนด 5 ปีเมื่อใด จำเลยยินยอมขึ้นค่าเช่าให้ ข้อสัญญานี้ย่อมผูกพันจำเลยให้ต้องปฏิบัติตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.570

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

่คดีนี้คู่ความทั้งสองฝ่ายต่างไม่สืบพยาน แถลงรับกันในข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ทำหนังสือเช่าห้องแถวโจทก์ ๒ ห้อง ค่าเช่าห้องละ ๔๐ บาทต่อเดือน มีกำหนดระยะเวลา ๕ ปี นับแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๔๙๔ เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าแล้ว เมื่อผู้เช่าต้องการจะเช่าอยู่ต่อไปอีก ผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าแก่โจทก์เดือนละ ๑๐๐ บาทต่อเดือน สัญญาเช่านี้ ทำกันเองไม่ได้จะทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ครั้นถึงเดือน กุมภาพันธ์ ๒๔๙๙ จำเลยค้างค่าเช่าตลอดมา โจทก์จึงฟ้องว่า จำเลยผิดสัญญาขอให้ชำระค่าเช่า จำเลยต่อสู้หลายประการ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า หนังสือสัญญาเช่าใช้บังคับได้ ๓ ปี ครบกำหนดวันที่ ๑ กันยายน ๒๔๙๗ ต่อจากนั้นถือว่า จำเลยได้ทำสัญญาเช่าใหม่โดยไม่มีกำหนดเวลา ต้องคิดค่าเช่าตามอัตราเดิม คือ เดือนละ ๔๐ บาท ต่อหนึ่งห้องโจทก์จะเรียกค่าเช่าภายหลังที่ได้เช่าครบ ๕ ปีแล้วเป็นเดือนละ ๑๐๐ บาทไม่ได้ จึงพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเช่า ๑,๖๘๐ บาทและดอกเบี้ย ๑๑๕.๕๐ บาท กับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่ง นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เมื่อครบ ๕ ปีแล้ว จำเลยก็ต้องชำระค่าเช่าเป็นเดือนละ ๑๐๐ บาท ต่อหนึ่งห้อง ตามความในสัญญาเช่า จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๔๙๙ ถึงเดือนตุลาคม ๒๕๐๐ รวม ๑๔ เดือน ในอัตราสองห้อง เดือนละ ๒๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๒๘๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยที่ค้าง ๑๗๓.๒๕ บาท กับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จนาอกที่แก้นี้ยืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า หนังสือสัญญาเช่าที่โจทก์จำเลยทำกันมีกำหนดระยะเวลา ๕ ปีแต่มิได้นำไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หาตกเป็นโมฆะไม่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๕๓๘ ให้ฟ้องร้องบังคับคดีได้เพียง ๓ ปี แต่เมื่อครบกำหนด ๓ ปีแล้ว จำเลยผู้เช่ายังคงอยู่ในห้องเช่าต่อมา ตามมาตรา ๕๗๐ ให้ถือว่า คู่สัญญาเป็นอันทำสัญญาใหม่ ต่อไปไม่มีกำหนดเวลา คู่สัญญามีสิทธิบอกเลิกสัญญาเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ แต่ข้อสัญญาอื่น ๆ คงเป็นไปตามหนังสือสัญญาเช่าเดิม ฉะนั้น เมื่อโจทก์จำเลยตกลงกันไว้ว่า ถ้าครบกำหนด ๕ ปีเมื่อใด จำเลยยินยอมขึ้นค่าเช่าให้ เป็นห้องละ ๑๐๐ บาทต่อเดือน ข้อสัญญานี้ย่อมผูกพันจำเลยให้ต้องปฏิบัติตาม ด้วยเหตุนี้เมื่อครบกำหนด ๕ ปี แล้ว จำเลยมิได้บอกเลิกสัญญาและคงอยู่ในห้องเช่าต่อมา จำเลยก็ต้องชำระค่าเช่าให้โจทก์ห้องละ ๑๐๐ บาทต่อเดือน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 136/2503 นายประวิทย์ ศรีธัญรัตน์ โจทก์ นายกิมจั๊ว แซ่ซือ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประวิทย์ ศรีธัญรัตน์ · จำเลย - นายกิมจั๊ว แซ่ซือ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บริรักษ์จรรยาวัตร · ไชยเจริญ สันติศิริ · ประจักษ์ศุภอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายไสล วรรณพินิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายโพยม เลขยานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1111/2494ฎีกา 349/2509ฎีกา 1408/2497ฎีกา 835/2499ฎีกา 25/2491ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 1226/2508ฎีกา 1439/2524ฎีกา 1437/2510ฎีกา 152/2525ฎีกา 5745/2537ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 3785/2545ฎีกา 3496/2535ฎีกา 7688/2544ฎีกา 1590/2534ฎีกา 1627/2505ฎีกา 2750/2519ฎีกา 561/2495ฎีกา 3193/2534ฎีกา 2526/2531ฎีกา 247/2529ฎีกา 135/2506ฎีกา 514/2499
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา