คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1103/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเช่านาที่สิ้นสุดลงก่อนพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 ใช้บังคับ ไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว
ผู้เสียหายที่มิใช่ผู้เช่านาจากจำเลย จะนำมาตรา 28(4) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาใช้บังคับแก่จำเลยมิได้
ย่อคำพิพากษา
การเช่านาสิ้นสุดลงก่อนพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 ใช้บังคับ กรณีจึงไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 46 และไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 5 ที่ให้ถือว่าการเช่านามีกำหนด 6 ปี เพราะมาตรา 5 เป็นบทบัญญัติทั่วไปให้บังคับแก่การเช่านาภายหลังพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 ใช้บังคับ
ในขณะเกิดเหตุ ผู้เสียหายมิใช่ผู้เช่านาจากจำเลย จะนำมาตรา 28(4) บังคับแก่จำเลยมิได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.5 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.28 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.45 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.46
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของนา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖ จำเลยได้ให้นายสิทธิ์ ปานเพชร เช่านาจำเลยจำนวน ๕๐ ไร่ โดยทำสัญญาเช่ากันมีกำหนดคราวละ ๑ ปี ซึ่งกฎหมายถือว่าการเช่านารายนี้มีกำหนด ๖ ปี ค่าเช่าเป็นข้าวเปลือกปีละ ๘ เกวียนเมื่อวันที่ ๑มกราคม ๒๕๑๘ ถึงวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๑๘ จำเลยกระทำการให้นายสิทธิ์ได้รับประโยชน์จากนาที่เช่าลดน้อยกว่าที่กำหนดไว้ในการเช่านา และน้อยกว่าสิทธิที่นายสิทธิ์มีอยู่ตามกฎหมาย โดยจำเลยเรียกค่าเช่านาเพิ่มปีละ ๑ เกวียน เป็นข้าวเปลือกปีละ ๙ เกวียน และจำเลยได้บอกเลิกการเช่านาก่อนสิ้นกำหนดระยะเวลาการเช่านา ไม่ยอมให้นายสิทธิ์ผู้เช่านำได้เช่านาจำนวน ๕๐ ไร่ของจำเลยต่อไป ขอให้ลงโทษจำเลย ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๒๘,๔๕
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่า พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๒๘,๔๕ ปรับ ๑,๕๐๐ บาท ฯลฯ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การเช่าพิพาทในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ มีกำหนดเช่าเพียงปีเดียวและสิ้นสุดลงก่อนพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ ใช้บังคับ กรณีจึงไม่อยู่ในบังคับของมาตรา ๔๖ และไม่อยู่ในบังคับของมาตรา ๕ ที่ให้ถือว่าการเช่านามีกำหนด ๖ ปี เพราะมาตรา ๕ เป็นบทบัญญัติทั่วไป ใช้บังคับแก่การเช่านาภายหลังพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ ใช้บังคับ ผู้เสียหายมิใช่ผู้เช่านาจากจำเลยในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ฉะนั้น จะนำบทบัญญัติมาตรา ๒๘(๔) ที่บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นเหตุให้ผู้เช่านาได้รับประโยชน์จากนาที่เช่าลดน้อยกว่าที่กำหนดไว้ในการเช่านา หรือน้อยกว่าสิทธิที่ผู้เช่านามีอยู่ตามกฎหมาย มาใช้บังคับมิได้ ดังนั้น จำเลยจะไม่ยอมให้ผู้เสียหายเช่านาพิพาทในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ หรือยอมให้เช่า แต่คิดค่าเช่าเพิ่มขึ้นจากที่ผู้เสียหายเคยเช่าอีก ๑ เกวียน เป็นข้าวเปลือกปีละ ๙ เกวียน ก็ไม่เป็นความผิดดังโจทก์ฟ้อง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1103/2519
พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์
นายคำ จงชาญสิทธิโท ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · ล. - นายคำ จงชาญสิทธิโท |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุจริต เสถียรกาล · ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายอุดม เดชอุดม · ศาลอุทธรณ์ - นายแต่ง ทองภักดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา