⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1915/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1915/2519

พ.ร.บ.ควบคุมการเช่านา ม.28, 45, 46 · ป.อาญา ม.362, 365

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมถึงที่สุดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 170 แต่จำเลยมีสิทธิฎีกาสำหรับคดีส่วนแพ่งได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องคดีส่วนอาญา และมีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีส่วนแพ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ประทับฟ้องโจทก์รวมทั้งคดีส่วนแพ่งไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ดังนี้ คำสั่งศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาในส่วนอาญา แต่มีสิทธิฎีกาสำหรับคดีส่วนแพ่งได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.170 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.28 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.45 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.46

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.40 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.170 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้เช่านาของจำเลย ตามมาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ โจทก์มีสิทธิเช่านาจำเลยต่อไปอีก ๖ ปี จำเลยกับพวกได้ร่วมกันบุกรุกเข้าไปไถหว่าน ทำให้โจทก์ไม่อาจทำนาในปี พ.ศ. ๒๕๑๘-๒๕๑๙ เป็นการรบกวนการครอบครองที่นาซึ่งโจทก์เป็นผู้เช่าโดยปกติสุข และทำให้โจทก์ไม่อาจเช่านาได้ครบ ๖ ปี นับแต่วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๑๗ ที่พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ ใช้บังคับ โจทก์เสียหายคิดเป็นเงิน ๙,๐๐๐ บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒,๓๖๕ พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๔๕, ๒๘ ให้จำเลยให้โจทก์เช่านาพิพาทเป็นเวลา ๖ ปี นับแต่วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๑๗ ห้ามจำเลยรบกวนการครอบครอง หากโจทก์ไม่อาจเข้าทำนาได้ ก็ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปีละ ๙,๐๐๐ บาทจนกว่าโจทก์จะเข้าทำนาแปลงพิพาทได้ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้องคดีส่วนอาญา และมีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีส่วนแพ่ง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีโจทก์มีมูล พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นประทับฟ้องโจทก์รวมทั้งคดีสวนแพ่งไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าในส่วนอาญา เห็นว่าคดีนี้อยู่ในชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๗๐ บัญญัติว่า คำสั่งศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด ฉะนั้น คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ว่าคดีมีมูล ย่อมถึงที่สุด จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกา สำหรับคดีส่วนแพ่ง เห็นว่าจำเลยมีสิทธิฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๗ และเห็นว่าคดีแพ่งเป็นคดีที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องรวมมาในคดีอาญาได้ พิพากษายืน (ขจร หะวานนท์ - สนับ คัมภีรยส - สมคิด มงคลชาติ ศาลจังหวัดชัยนาท นายไพริน มะนุญพร ศาลอุทธรณ์ นายบัญชา กุลทนันทน์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1915/2519 นางบุญธรรม อ่วมทอง โจทก์ นางสาวกรองกาญจน์ ส่งเสริมอุดมชัย ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบุญธรรม อ่วมทอง · ล. - นางสาวกรองกาญจน์ ส่งเสริมอุดมชัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9026/2553ฎีกา 4107/2563ฎีกา 609/2526ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 1022/2551ฎีกา 12017/2557ฎีกา 1000/2505ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 280/2505ฎีกา 8108/2542ฎีกา 2813/2566ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 5150/2552ฎีกา 7201/2568ฎีกา 1733/2498ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา