⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1916/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1916/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเช่านาที่ไม่มีกำหนดเวลา หรือมีกำหนดเวลาต่ำกว่า 6 ปี ที่มีอยู่ก่อนพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นการเช่าที่มีกำหนดเวลาต่อไปอีก 6 ปี โดยผลของกฎหมาย เว้นแต่ผู้เช่าไม่ประสงค์จะเช่าต่อไป

ย่อคำพิพากษา

ขณะที่พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มีผลใช้บังคับ คือวันที่ 18 ธันวาคม 2517 ผู้เสียหายเช่ายังเช่านาพิพาทอยู่ และเป็นการเช่าที่ไม่มีกำหนดเวลา หรือมีกำหนดเวลาแต่ต่ำกว่า 6 ปี กำหนดการเช่านาที่ทำไว้เดิมนั้นก็ต้องยืดออกไปอีก 6 ปี โดยผู้เสียหายไม่จำเป็นต้องแสดงเจตนาจะเช่านาต่อไป และต้องไปตกลงกันใหม่กับจำเลยเจ้าของนาอีก เว้นแต่ผู้เสียหายไม่ประสงค์จะเช่านาต่อไปตามมาตรา 46

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.28 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.45 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.46

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ในขณะที่พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ ใช้บังคับจำเลยได้ให้นายเฉลา ดีสม เช่านา ๒๔ ไร่ ๘๐ วา ใช้สำหรับทำนามีกำหนดเวลาเช่าต่ำกว่า ๖ ปี การเช่านาจึงต้องมีกำหนดเวลาเช่าตามความในมาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ นายเฉลาผู้เช่ายังมีความประสงค์ที่จะเช่านาต่อไป เมื่อระหว่างวันที่ ๕ พฤษภาคม จนถึงวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๑๘ ต่อเนื่องกัน จำเลยได้บังอาจกระทำความผิดกฎหมายหลายบทหลายกระทง โดยเจตนาทุจริตเพื่อให้นายเฉลาผู้เช่านาได้รับประโยชน์จากนาที่เช่าลดน้อยกว่าที่กำหนดไว้ในการเช่านา และน้อยกว่าสิทธิที่ผู้เช่านามีอยู่ตามกฎหมาย โดยบังอาจก่อให้นายพันธ์ กรัดกระยาง ซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง กระทำความผิดอาญาฐานบุกรุก โดยจำเลยจ้างวาน ใช้ ยุยงส่งเสริมให้นายพันธ์ เข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ที่นาดังกล่า เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดแล้วทำการรบกวนการครอบครองโดยปกติสุขของนายเฉลาผู้เช่านา โดยเข้าไปไถนาปลูกข้าวลงในที่นาแปลงนั้น ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๔๑๗ มาตรา ๒๘(๔), ๔๕ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒,๘๔ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า การเช่านาพิพาทเป็นการตกลงเช่าเป็นรายปี และเพิ่งเช่าทำเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ ยังฟังไม่ได้ว่าในปี ๒๕๑๘ ผู้เสียหายได้แสดงเจตนาจะเช่านาของจำเลยต่อไป โดยได้ไปตกลงขอเช่าที่นาจากจำเลยแล้ว สิทธิการเช่านาระหว่างผู้เสียหายกับจำเลยจึงยังไม่เกิดขึ้น ผู้เสียหายยังไม่มีสิทธิครอบครองทำนาของจำเลยการที่จำเลยเข้าทำนาของจำเลยเองนั้น ไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ และไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๒๘(๔), ๔๕ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานโจทก์ที่เหลือและสืบพยานจำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะที่พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ มีผลใช้บังคับ ผู้เสียหายเช่านาพิพาทอยู่ และเป็นการเช่าที่นาไม่มีกำหนดเวลา หรือมีกำหนดเวลาแต่ต่ำกว่า ๖ ปี กำหนดการเช่านาที่ทำไว้เดิมนั้นก็ต้องยืดออกไปอีก ๖ ปี โดยอำนาจของกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๔๖ การกระทำของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้องก็ย่อมเป็นความผิดอาญาตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ ได้ เว้นแต่ผู้เสียหายไม่ประสงค์เช่านาต่อไปเท่านั้น และโดยเหตุที่การยืดเวลาการเช่าเช่นนี้เป็นผลมาจากการที่กฎหมายได้บังคับไว้ คู่กรณีจึงไม่จำเป็นต้องไปตกลงกันใหม่อีก คดีจึงชอบที่จะต้องพิจารณาพยานหลักฐานต่อไป ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยต้องแล้วด้วยความเห็นของศาลฎีกาแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1916/2519 พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์ นายสำ ฉายวัง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท · ล. - นายสำ ฉายวัง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ จามรมาน · สมคิด มงคลชาติ · อุดม ทันด่วน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยนาท - นายไพริน มะนุญพร · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา พาณิชย์วงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3193/2534ฎีกา 591/2520ฎีกา 1103/2519ฎีกา 1462/2525ฎีกา 2459/2520ฎีกา 6275/2534ฎีกา 2115/2519ฎีกา 2447/2520ฎีกา 1051/2521ฎีกา 2456/2521ฎีกา 2612/2521ฎีกา 2594/2521ฎีกา 1915/2519ฎีกา 2298/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา